Tags

    ภุมิปัญญาของภาษา

    ภูมิปัญญาทางการใช้สำนวนในภาษาไทย

    ๑. สำนวนที่มาจากศาสนา เช่น

    ผ้าเหลืองร้อน หมายความว่า ไม่สามารถบวชอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ได้

    กรวดน้ำคว่ำขัน หมายความว่า ตัดขาดความสัมพันธ์

    ปิดทองหลังพระ หมายความว่า ทำดีไม่ให้ใครเห็น

    เกาะชายผ้าเหลือง หมายความว่า ตามความเชื่อของคนไทย ถ้าบุตรชายได้อุปสมบทจะช่วยให้บิดา มารดา ได้ขึ้นสวรรค์

    ตื่นแต่ดึกสึกแต่หนุ่ม หมายความว่า ให้รีบสร้างฐานะของตนเองตั้งแต่วัยหนุ่มอนาคตจะได้สบาย

    ๒. สำนวนที่มาจากวัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อและค่านิยม เช่น

    ฝังรกฝังราก หมายความว่า การฝังรกเด็กแรกเกิดพร้อมกับลูกมะพร้าวที่กำลังแตกหน่อ คนโบราณเชื่อว่าจะทำให้เด็กเจริญเติบโต มีร่างกายแข็งแรง

    เข้าตามตรอกออกตามประตู หมายความว่า การคบหาสมาคมของหนุ่มสาวควรอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่

    ชิงสุกก่อนห่าม หมายความว่า รีบร้อนก่อนถึงเวลาที่สมควร

    คนตายขายคนเป็น หมายความว่า งานฌาปนกิจใหญ่โตจะสร้างหนี้สินให้แก่ลูกหลาน

    ขนทรายเข้าวัด หมายความว่า ทำประโยชน์ให้ส่วนรวม

    ๓. สำนวนที่มาจากวิถีทางดำเนินชีวิต เช่น

    ไกลปืนเที่ยง หมายความว่า อยู่ห่างไกลความเจริญ

    ข้าวแดงแกงร้อน หมายความว่า บุญคุณที่เคยเลี้ยงดู

    ลงเรือลำเดียวกัน หมายความว่า เมื่อไปด้วยกันต้องช่วยเหลือกัน

    เข้าเถื่อนอย่าลืมพร้า หน้าศึกอย่านอนใจ หมายความว่า ไม่ประมาทต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ

    กินน้ำไม่เผื่อแล้ง หมายความว่า ไม่รู้จักมัธยัสถ์ไว้วันหน้า

    ๔. สำนวนที่มาจากสัตว์ เช่น

    ปลากระดี่ได้น้ำ หมายความว่า ดีใจจนออกนอกหน้า

    เสือซ่อนเล็บ หมายความว่า ไม่แสดงความเก่งกล้าให้ปรากฏ

    ไก่แก่แม่ปลาช่อน หมายความว่า หญิงสูงวัยที่ประพฤติตนในทางชู้สาวกับชายที่อ่อนวัยกว่า

    หมาเห่าใบตองแห้ง หมายความว่า แสดงอาการข่มขู่แต่ไม่กล้าลงมือกระทำ

    กินเหมือนหมู อยู่เหมือนหมา หมายความว่า ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย

    ๕. สำนวนที่มาจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น

    ฝนตกไม่ทั่วฟ้า หมายความว่า การให้สิ่งของไม่ทั่วถึงกับทุกคน

    น้ำซึมบ่อทราย หมายความว่า ทรัพย์สินที่แม้จะมีน้อย แต่ใช้ไม่มีวันหมด

    ไม้งามกระรอกเจาะ หมายความว่า หญิงสาวที่มีมลทิน

    คลื่นใต้น้ำ หมายความว่า เหตุการณ์ร้ายที่กำลังก่อตัวโดยไม่มีใครเห็น

    คลื่นกระทบฝั่ง หมายความว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นจนเป็นที่สนใจของคนทั่วไป เมื่อวันเวลาผ่านไปเรื่องนั้นจะเงียบหายไปจากความทรงจำ

    ๖. สำนวนที่มาจากวรรณคดีและการละเล่นพื้นบ้าน เช่น

    ชักแม่น้ำทั้งห้า หมายความว่า พูดจาอ้อมค้อม มาจากวรรณคดีเรื่องพระเวสสันดรชาดก ตอนชูชกมาขอกัณหาชาลีจากพระเวสสันดร

    ปากพระร่วง หมายความว่า วาจาศักดิ์สิทธิ์ มาจากวรรณคดีเรื่องพระร่วง ตอง ขอมดำดินมาพบพระร่วงแต่ไม่รู้จัก พระร่วงให้ขอมรออยู่ ณ ที่นั้น วันเวลาผ่านไปจึงกลายเป็นแท่งหิน

    กลิ้งทูตล้มขร หมายความว่า ตายสิ้นชีพล้มกองอยู่กับพื้นดิน มาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ตอน พระรามได้รับบัญชาการท้าวทศรถพระราชบิดาให้ออกเดินป่านานถึง ๑๔ ปี กว่าจะได้เสด็จกลับมาครองกรุงอโยธยา

    สิบแปดมากุฎ หมายความว่า กะหล่อนหลอกลวง มาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ พระรามมีทหารลิงสิบแปดมงกุฎ คอยช่วยเหลือในการรบกับทศกัณฐ์

    ว่าวขาดลมลอย หมายความว่า ไม่มีที่ยึดเหนี่ยว มาจากกีฬาเล่นว่าวไทย

    เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ หมายความว่า กิริยาซุ่มซ่ามจากการเล่นหมากรุก

    ม้วนเสื่อ หมายความว่า หมดตัว มาจากการเล่นไผ่

    ไพ่ตาย หมายความว่า สิ่งสุดท้ายที่มีความสำคัญ มาจากการเล่นไพ่

    ตีปีก หมายความว่า แสดงอาการดีใจ มาจากการเล่นตีไก่

    สู้ยิบตา หมายความว่า สู้อย่างไม่ยอมแพ้จนหนังตาฉีกต้องเย็บแผล มาจากการเล่นตีไก่

    การใช้คำเพื่อสร้างภาพพจน์ เป็นการเขียนเพื่อสร้างจินตภาพด้วยการเปรียบเทียบซึ่งแบ่งออกเป็น ๖ ลักษณะดังนี้

    ๑) การใช้คำอุปมา (Simile)จะเป็นการเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่งว่า มีลักษณะรูปพรรณคล้ายกัน จะมีคำเชื่อมว่า อย่าง กล เปรียบ ดุจ ราวกับว่า ครุวนา เฉก ดั่ง เหมือน เล่ห์ ดังฯลฯ เช่น เสียงหวานราวกับนกโกกิลาเมื่อใกล้รุ่ง เป็นต้น

    ๒) การใช้คำอุปลักษณ์ (Metaphor)จะเป็นการเปรียบเทียบที่คล้ายกับการใช้คำอุปมาแต่จะใช้คำเชื่อมว่า เป็น คือ เช่น เธอคือโคมทองของชีวิตพี่ เป็นต้น

    ๓) การใช้คำบุคลาธิษฐาน (Personalfication)เป็นการกล่าวเปรียบเทียบโดยนำเอากิริยาอาการของมนุษย์มาใช้กับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ (ต้นไม่ ทะเล ภูเขา ดวงดาว สายลม) หรือการสร้างนิทานที่ใช้สัตว์ต่างๆ มาทำกิริยาอาการเหมือนมนุษย์

    ๔) การใช้คำอธิพจน์ (Surrealistic)จะมีลักษณะของการกล่าวเปรียบเทียบที่เกินความเป็นจริง

    ๕) การใช้คำปฏิพาทย์หรือคำปฏิพจน์ (Paradox)จะเป็นการเปรียบเทียบที่มีความขัดแย้งกันอยู่ นับเป็นการสร้างความรู้สึกให้แก่ผู้อ่านมากยิ่งขึ้น เช่น เขาเป็นทหารที่ไม่ชอบการรบ อยากลืมกลับจำอยากจำกลับลืม ห้องนั้นสีขาวเจ้าสาวในชุดดำ เป็นต้น

    ๖) การใช้สัญลักษณ์ (Symbol) เป็นการเปรียบเทียบที่อาศัยความคิดและจินตนาการที่ลึกซึ้งของกวีที่ถ่ายทอดลงเป็นตัวหนังสือ ผู้อ่านต้องมีประสบการณ์ ความรู้ความเข้าใจในชีวิต จึงจะสามารถเข้าใจสัญลักษณ์ที่กวีเขียนได้ เราจะพบสัญลักษณ์ในวรรณคดีไทยปรากฏในรูปของ “บทอัศจรรย์” หรือบางคนอาจเรียกว่า “บทเข้าพระเข้านาง” ซึ่งนับว่าเป็นอัจฉริยภาพของกวีไทยที่สามารถเขียนเรื่องที่ไม่สุภาพทำนองอนาจารให้ออกมาเป็นงานศิลปะทางการใช้ภาษา


    1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 6 / 7

    2000-1101 ภาษาไทยเพื่อการอาชีพ1

    หมวดวิชาสามัญ ภาคเรียนที่ 1

    ภาคเรียนที่1

    กลับวิกิเซนต์จอห์นโปลีเทคนิค

    เซนต์จอห์นโปลีเทคนิค


    Comments

    /groups/poly_thailanguagetocareer1/search/index.rss?tag=hotlist/groups/poly_thailanguagetocareer1/search/?tag=hotWhat’s HotHotListHot!?tag=hot0/groups/poly_thailanguagetocareer1/sidebar/HotListNo items tagged with hot.hot/groups/poly_thailanguagetocareer1/search/index.rss?sort=modifiedDate&kind=all&sortDirection=reverse&excludePages=wiki/welcomelist/groups/poly_thailanguagetocareer1/search/?sort=modifiedDate&kind=all&sortDirection=reverse&excludePages=wiki/welcomeRecent ChangesRecentChangesListUpdates?sort=modifiedDate&kind=all&sortDirection=reverse&excludePages=wiki/welcome0/groups/poly_thailanguagetocareer1/sidebar/RecentChangesListmodifiedDateallRecent ChangesRecentChangesListUpdateswiki/welcomeNo recent changes.reverse5search