Tags

    บทเรียนที่ 6 หม้อแปลงไฟฟ้า

    หลักการพื้นฐานของหม้อแปลงไฟฟ้า

    .


    จากรูป (ก) แสดงรูปสัญลักษณ์ และวงจรพื้นฐานของหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยขดลวด 2 ขดที่จัดให้อยู่ใกล้กัน ได้แก่ ขดลวดปฐมภูมิ (Primary Winding) และ ขดลวดทุติยภูมิ (Secondary Winding) ทั้งนี้เพื่อให้เส้นแรงของสนามแม่เหล็กที่เกิดจากขดลวดปฐมภูมิไปตัดกับขดลวดทุติยภูมิ และเกิดการเหนี่ยวนำซึ่งกันและกันขึ้น โดยจัดให้แหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับต่อเข้ากับขดลวดปฐมภูมิ และโหลด (

    RL) ต่อเข้ากับด้านทุติยภูมิ


    รูป (ข) แสดงกระแสไฟฟ้าที่จ่ายออกแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าไปเข้าที่ขดลวดปฐมภูมิ ซึ่งกระแสไฟฟ้านี้ก็จะทำให้เกิดขั้วเหนือที่ส่วนบนของขดลวดปฐมภูมิ ถ้าแรงดันไฟฟ้าด้านอินพุตนี้มีความเป็นลบมาก (ช่วงครึ่งคลื่นลบ) ก็จะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลเพิ่มมากขึ้นด้วย ส่งผลให้มีสนามแม่เหล็กเกิดขึ้นที่ขดลวดปฐมภูมิมากขึ้น การขยายตัวของสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นจะไปตัดกับขดลวดทางด้านทุติยภูมิ และเกิดการเหนี่ยวนำของแรงดันไฟฟ้าขึ้น จึงทำให้มีกระแสไฟฟ้าไหลในวงจรด้านทุติยภูมิผ่านไปยังโหลด จากนั้นแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับที่จ่ายเข้ามาก็จะมีความเป็นลบลดน้อยลงจนเป็นค่าศูนย์ และเปลี่ยนเป็นค่าบวก

    จากรูป (ค) ในกรณีนี้กระแสไฟฟ้าในวงจรด้านปฐมภูมิจะไหลในทิศทางตรงกันข้ามกับตอนแรก ทั้งนี้เนื่องจากแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับได้เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นในทิศทางที่เป็นบวก (ช่วงครึ่งคลื่นบวก) เมื่อแรงดันไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นกระแสไฟฟ้าก็ไหลมากขึ้น ส่งผลให้สนามแม่เหล็กเกิดการขยายตัวไปตัดกับขดลวดทุติยภูมิเกิดการเหนี่ยวนำทางไฟฟ้า ส่งผลให้มีกระแสไฟฟ้าไหลในทิศทางตรงข้าม และไหลผ่านต่อไปยังโหลดเช่นเดียวกัน

    รูปแสดงหม้อแปลงไฟฟ้าแบบต่างๆ

    ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของหม้อแปลงไฟฟ้า มีดังนี้


    1. ถ้ากระแสไฟฟ้าด้านปฐมภูมิเพิ่มขึ้นจะทำให้กระแสไฟฟ้าด้านทุติยภูมิเพิ่มขึ้นด้วย และถ้ากระแสไฟฟ้าด้านปฐมภูมิลดลงก็จะทำให้กระแสไฟฟ้าด้านทุติยภูมิลดลงด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ไฟฟ้ากระแสสลับที่เกิดขึ้นทางด้านทุติยภูมิ มีความถี่เท่ากับไฟฟ้ากระแสสลับทางด้านปฐมภูมิ
    2. ถึงแม้ขดลวดทั้งสองของหม้อแปลงไฟฟ้าจะแยกออกจากกัน แต่พลังงานจากด้านปฐมภูมิ สามารถที่จะส่งผ่านไปยังด้านทุติยภูมิได้ ทั้งนี้เนื่องจากพลังงานไฟฟ้าทางด้านปฐมภูมิได้เปลี่ยนไปเป็นพลังงานแม่เหล็ก ส่วนทางด้านทุติยภูมิจะเปลี่ยนกลับจากพลังงานแม่เหล็กให้เป็นพลังงานไฟฟ้านั่นเอง

    ค่าสัมประสิทธิ์ความเหนี่ยวนำ (k)


    แรงดันไฟฟ้าที่เหนี่ยวนำข้ามไปยังขดลวดทุติยภูมินั้น ขึ้นอยู่กับค่าความเหนี่ยวนำที่เกิดขึ้นระหว่างขดลวดปฐมภูมิ และทุติยภูมิ ซึ่งจะถูกกำหนดโดยจำนวนเส้นแรงแม่เหล็กที่เกิดจากขดลวดด้านปฐมภูมิเคลื่อนที่ไปตัดกับขดลวดด้านทุติยภูมิ
    อัตราส่วนระหว่างจำนวนเส้นแรงแม่เหล็กที่เคลื่อนที่ไปตัดกับขดลวดทุติยภูมิเปรียบเทียบกับจำนวนเส้นแรงแม่เหล็กทั้งหมดที่เกิดจากขดลวดปฐมภูมิเรียกว่า สัมประสิทธิ์ความเหนี่ยวนำ (Coefficient of Coupling, k) ซึ่งจะมีค่าอยู่ระหว่าง 0 และ 1

    ตัวอย่างเช่น ถ้าเส้นแรงแม่เหล็กทั้งหมดที่เกิดจากขดลวดปฐมภูมิเคลื่อนที่ไปตัดกับขดลวดทุติยภูมิ ค่าสัมประสิทธิ์ความเหนี่ยวนำจะมีค่าเท่ากับ 1 แต่ถ้ามีจำนวนเส้นแรงแม่เหล็กเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่เคลื่อนที่ไปตัดกับขดลวดทางด้านทุติยภูมิ ค่าสัมประสิทธิ์ความเหนี่ยวนำที่ได้ก็จะมีค่าเท่ากับ 0.5

    ปัจจัยที่มีผลต่อค่าสัมประสิทธิ์ความเหนี่ยวนำ มีดังนี้


    1. ระยะห่างระหว่างขดลวดปฐมภูมิ และขดลวดทุติยภูมิ
    2. ชนิดของแกนที่ใช้พันขดลวด
    จากรูป แสดงระยะห่างของขดลวดปฐมภูมิ และขดลวดทุติยภูมิที่มีผลต่อค่าสัมประสิทธิ์ความเหนี่ยวนำ

    การใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้า


    โดยทั่วไปแล้วหม้อแปลงไฟฟ้าจะใช้งานอยู่ 3 แบบ ได้แก่
    1. หม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้เพื่อเพิ่ม หรือลดขนาดแรงดันไฟฟ้า
    2. หม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้เพื่อเพิ่ม หรือลดปริมาณกระแสไฟฟ้า
    3. หม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้เพื่อแมทช์ค่าอิมพีแดนซ์ (Impedances)
    ซึ่งทั้ง 3 กรณี สามารถทำได้โดยการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนจำนวนรอบ (Turns Ratio) ของขดลวดปฐมภูมิเปรียบเทียบกับจำนวนขดลวดทุติยภูมิ


    อัตราส่วนจำนวนรอบ (Turns Ratio)


    อัตราส่วนจำนวนรอบ หมายถึง อัตราส่วนระหว่างจำนวนรอบของขดลวดทุติยภูมิ (NS) ต่อจำนวนรอบของขดลวดปฐมภูมิ (NP)

    ตัวอย่าง
    หม้อแปลงไฟฟ้ามีจำนวนขดลวดปฐมภูมิเท่ากับ 200 รอบ และขดลวดทุติยภูมิเท่ากับ 600 รอบ จงคำนวณหาอัตราส่วนจำนวนรอบ (Turns Ratio) ของหม้อแปลงไฟฟ้านี้

    ในกรณีนี้จะเห็นว่า จะต้องใช้จำนวนขดลวดทางด้านทุติยภูมิจำนวน 3 ขด ต่อขดลวดทางด้านปฐมภูมิ 1 ขด ซึ่งการเพิ่มจำนวนรอบจากน้อย (1 รอบ) ไปจำนวนมากรอบ (3 รอบ) จะหมายถึง การทำให้ค่า "Step Up" ซึ่งผลลัพธ์ของอัตราส่วนจำนวนรอบ (Turns Ratio) ที่ได้จะมีค่ามากกว่า 1

    ตัวอย่าง
    ถ้าหม้อแปลงไฟฟ้ามีจำนวนขดลวดปฐมภูมิ 120 รอบ และขดลวดทุติยภูมิ 30 รอบ อัตราส่วนจำนวนรอบ (Turns Ratio) ของหม้อแปลงไฟฟ้านี้เป็นเท่าใด

    ซึ่งในกรณีนี้จะต้องใช้จำนวนขดลวดปฐมภูมิ 4 ขด ต่อขดลวดทุติยภูมิ 1 ขด การเปลี่ยนแปลงจำนวนรอบจากมาก (4 รอบ) ไปจำนวนรอบน้อย (1 รอบ) หมายถึง การทำให้ค่า "Step Down" ซึ่งผลลัพธ์ของอัตราส่วนจำนวนรอบ (Turns Ratio) ที่ได้จะมีค่าน้อยกว่า 1

    อัตราส่วนของแรงดันไฟฟ้า (Voltage Ratio)


    หม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้เป็นแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกชนิดส่วนใหญ่แล้วจะทำหน้าที่ทั้งแปลงขนาดของแรงดันไฟฟ้าให้เพิ่มขึ้น (Step-Up) หรือลดขนาดของแรงดันให้น้อยลง (Step-Down) จากแรงดันไฟ 220 V ที่จ่ายออกมาจากเต้าเสียบไฟฟ้าภายในบ้าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายในของอุปกรณ์นั้นๆ ว่าต้องการแรงดันไฟฟ้ามากหรือน้อย

    หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดแปลงแรงดันขึ้น (Step-Up Transformer)


    ถ้าแรงดันไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมิ (ES) มีค่าสูงกว่าแรงดันไฟฟ้าทางด้านปฐมภูมิ (EP) จะเรียกหม้อแปลงชนิดนี้ว่า หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดแปลงแรงดันขึ้น (Step-Up Transformer) หรือ ES > EP ดังแสดงในรูป
    ถ้าแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับทางด้านปฐมภูมิมีค่าเท่ากับ 100 V และอัตราส่วนจำนวนรอบคือ 1:5 แรงดันไฟฟ้าที่ได้จากด้านทุติยภูมิจะมีขนาด 5 เท่าของแรงดันไฟฟ้าทางด้านปฐมภูมิ นั่นคือ เท่ากับ 500 V ทั้งนี้เนื่องจากเส้นแรงแม่เหล็กที่เกิดขึ้นจากขดลวดปฐมภูมิไปตัดกับขดลวดที่มีจำนวนมากทางด้านทุติยภูมิ ดังนั้น การเหนี่ยวนำของแรงดันไฟฟ้าจึงเกิดขึ้นมากตามไปด้วย

    จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่าอัตราส่วนระหว่างแรงดันไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมิต่อแรงดันไฟฟ้าทางด้านปฐมภูมิมีค่าเท่ากับ อัตราส่วนจำนวนรอบ (Turns Ratio) หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ

    เพื่อที่จะคำนวณหาค่า VS ดังนั้นจึงจัดสมการใหม่ ดังนี้


    ตัวอย่าง
    จงคำนวณหาค่าแรงดันไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมิ (ES) ถ้าใช้หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดแปลงแรงดันขึ้น (Step-Up Transformer) ที่มีอัตราส่วนจำนวนรอบ 1:6 โดยมีแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับขนาด 24 V จ่ายเข้าทางด้านปฐมภูมิ


    หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดแปลงแรงดันลง (Step-Down Transformer)


    ถ้าแรงดันไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมิ (ES) มีค่าน้อยกว่าแรงดันไฟฟ้าทางด้านปฐมภูมิ (EP) จะเรียกหม้อแปลงชนิดนี้ว่า หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดแปลงแรงดันลง (Step-Down Transformer) หรือ ES < EP ดังแสดงในรูป ซึ่งค่าแรงดันไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมิมีค่าเท่ากับ

    ดังนั้นจะเห็นว่า หม้อแปลงไฟฟ้าสามารถที่จะแปลงแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับทางด้านปฐมภูมิให้เป็นค่าแรงดันใดๆ โดยการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนจำนวนรอบของขดลวดภายในหม้อแปลงเท่านั้น
    หมายเหตุ ค่าสัมประสิทธิ์ความเหนี่ยวนำ (k) จากสมการนี้จะสมมติให้มีค่าเท่ากับ 1 เสมอ ซึ่งหมายความว่า แกนที่ใช้พันขดลวดของหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นแกนเหล็ก (k = 1)

    กำลังงานไฟฟ้าและค่าอัตราส่วนของกระแสไฟฟ้า


    กำลังงานที่ได้จากด้านทุติยภูมิของหม้อแปลงไฟฟ้าใดๆ จะมีค่าเท่ากำลังงานที่มาจากด้านปฐมภูมิเสมอ (PP = PS) และ กำลังงาน (Power) สามารถคำนวณได้จากสูตร P= E X I ซึ่งถ้าแรงดันไฟฟ้าเพิ่มขึ้นหรือลดลง ก็จะทำให้กระแสไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงลดลงหรือเพิ่มขึ้นในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงดันไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้เพื่อที่จะทำให้กำลังงานที่ได้มีค่าคงที่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น ถ้าแรงดันไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมิมีค่าเพิ่มขึ้น จะทำให้กระแสไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมิมีปริมาณลดลง จึงจะทำให้กำลังงานด้านเอาต์พุตมีค่าเท่ากับกำลังงานด้านอินพุต

    สำหรับกำลังงานทางด้านปฐมภูมิก็จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าในลักษณะเดียวกันกับด้านทุติยภูมิ และทำให้ PS = PP ซึ่งแสดงว่ากำลังงานที่ได้ออกมานั้นไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้มากกว่ากำลังงานที่ป้อนเข้าไป ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า อัตราส่วนของกระแสไฟฟ้าจะเป็นสัดส่วนผกผันกับอัตราส่วนของแรงดันไฟฟ้า

    และจากการที่อัตราส่วนของกระแสไฟฟ้าเป็นสัดส่วนผกผันกับอัตราส่วนของแรงดันไฟฟ้า ดังนั้นจึงเป็นสัดส่วนผกผันกับอัตราส่วนจำนวนรอบของขดลวดด้วยเช่นกัน

    จัดสมการใหม่ให้อยู่ในรูปของความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนของกระแสไฟฟ้าและจำนวนรอบของขดลวด จะได้สมการใหม่ซึ่งใช้ในการคำนวณหากระแสไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมิ ดังนี้

    ตัวอย่าง
    หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดแปลงแรงดันขึ้น (Step-Up Transformer) ดังแสดงในรูป มีอัตราส่วนจำนวนรอบเท่ากับ 1:5 จงคำนวณหาค่าต่อไปนี้
    ก. แรงดันไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมิ (ES)
    ข. กระแสไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมิ (IS)
    ค. กำลังงานทางด้านปฐมภูมิ (PP)
    ง. กำลังงานทางด้านทุติยภูมิ (PS)

    รูปแสดงตัวอย่างหม้อแปลงไฟฟ้าชนิดแปลงแรงดันขึ้น

    วิธีทำ

    เนื่องจากขดลวดทางด้านทุติยภูมิมีจำนวนมากกว่าทางด้านปฐมภูมิ 5 เท่า ดังนั้น แรงดันไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมิจึงถูกแปลงให้มีค่าสูงขึ้น 5 เท่า เมื่อเทียบกับแรงดันไฟฟ้าทางด้านปฐมภูมิ ส่วนกระแสไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมินั้นจะมีปริมาณลดลง 1 ใน 5 ของกระแสไฟฟ้าที่ไหลในด้านปฐมภูมิ

    กลับสู่หน้าหลัก

    Comments

    /groups/poly_power/search/index.rss?tag=hotlist/groups/poly_power/search/?tag=hotWhat’s HotHotListHot!?tag=hot3/groups/poly_power/sidebar/HotListnansichooNansita Choorat2011-03-04 03:58:55+00:002011-03-04 03:58:55updated44nansichooNansita Choorat2010-10-01 02:39:36+00:002010-10-01 02:39:36updated43nansichooNansita Choorat2010-10-01 02:22:09+00:002010-10-01 02:22:09updated42nansichooNansita Choorat2010-09-30 08:02:24+00:002010-09-30 08:02:24updated41nansichooNansita Choorat2010-09-30 08:02:10+00:002010-09-30 08:02:10updated40nansichooNansita Choorat2010-09-30 07:24:37+00:002010-09-30 07:24:37updated39nansichooNansita Choorat2010-09-30 07:22:18+00:002010-09-30 07:22:18updated38nansichooNansita Choorat2010-09-30 07:01:34+00:002010-09-30 07:01:34updated37nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:57:04+00:002010-09-30 06:57:04updated36nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:53:15+00:002010-09-30 06:53:15updated35nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:50:18+00:002010-09-30 06:50:18updated34nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:47:43+00:002010-09-30 06:47:43updated33nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:45:27+00:002010-09-30 06:45:27updated32nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:43:40+00:002010-09-30 06:43:40updated31nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:39:20+00:002010-09-30 06:39:20updated30nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:08:15+00:002010-09-30 06:08:15updated29nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:04:35+00:002010-09-30 06:04:35updated28nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:56:01+00:002010-09-30 05:56:01updated27nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:55:48+00:002010-09-30 05:55:48updated26nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:55:02+00:002010-09-30 05:55:02updated25nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:54:30+00:002010-09-30 05:54:30updated24nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:54:20+00:002010-09-30 05:54:20updated23nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:54:06+00:002010-09-30 05:54:06updated22nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:53:51+00:002010-09-30 05:53:51updated21nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:53:36+00:002010-09-30 05:53:36updated20nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:52:47+00:002010-09-30 05:52:47updated19nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:52:35+00:002010-09-30 05:52:35updated18nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:52:22+00:002010-09-30 05:52:22updated17nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:51:50+00:002010-09-30 05:51:50updated16nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:51:14+00:002010-09-30 05:51:14updated15nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:50:54+00:002010-09-30 05:50:54updated14nansichooNansita Choorat2010-09-30 05:48:24+00:002010-09-30 05:48:24updated13nansichooNansita Choorat2010-09-30 04:31:06+00:002010-09-30 04:31:06updated12nansichooNansita Choorat2010-09-30 04:30:44+00:002010-09-30 04:30:44updated11nansichooNansita Choorat2010-09-30 04:30:26+00:002010-09-30 04:30:26updated10nansichooNansita Choorat2010-09-30 04:27:34+00:002010-09-30 04:27:34updated9nansichooNansita Choorat2010-09-30 04:26:22+00:002010-09-30 04:26:22updated8nansichooNansita Choorat2010-09-30 04:25:25+00:002010-09-30 04:25:25updated7nansichooNansita Choorat2010-09-30 04:05:57+00:002010-09-30 04:05:57updated6nansichooNansita Choorat2010-09-30 04:02:43+00:002010-09-30 04:02:43updated5nansichooNansita Choorat2010-09-30 03:54:32+00:002010-09-30 03:54:32updated4nansichooNansita Choorat2010-09-30 03:53:57+00:002010-09-30 03:53:57updated3Added tag - hotnansichooNansita Choorat2010-09-30 03:34:27+00:002010-09-30 03:34:27addTag2First creatednansichooNansita Choorat2010-09-30 03:33:38+00:002010-09-30 03:33:38created1wiki2011-03-04T03:58:55+00:00groups/poly_power/wiki/3116cFalseวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น /groups/poly_power/wiki/3116c/_.htmlNansita Choorat44 updatesวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น วิชา ไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น รหัสวิชา 3105-2012 จำนวนหน่วยกิต 2 หน่วยกิต ...Falsenansichoo2011-03-04T03:58:55+00:00nansichooNansita Choorat2010-10-01 03:13:25+00:002010-10-01 03:13:25updated12nansichooNansita Choorat2010-10-01 03:06:50+00:002010-10-01 03:06:50updated11nansichooNansita Choorat2010-10-01 03:05:13+00:002010-10-01 03:05:13updated10nansichooNansita Choorat2010-10-01 03:02:02+00:002010-10-01 03:02:02updated9nansichooNansita Choorat2010-10-01 02:55:15+00:002010-10-01 02:55:15updated8Added tag - hotnansichooNansita Choorat2010-10-01 02:47:38+00:002010-10-01 02:47:38addTag7nansichooNansita Choorat2010-10-01 02:36:14+00:002010-10-01 02:36:14updated6nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:27:48+00:002010-09-30 06:27:48updated5nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:26:36+00:002010-09-30 06:26:36updated4nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:25:01+00:002010-09-30 06:25:01updated3nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:23:35+00:002010-09-30 06:23:35updated2First creatednansichooNansita Choorat2010-09-30 06:08:54+00:002010-09-30 06:08:54created1wiki2010-10-01T03:13:25+00:00groups/poly_power/wiki/1016fFalseประวัติความเป็นมาของไมโครคอมพิวเตอร์/groups/poly_power/wiki/1016f/index.htmlNansita Choorat12 updatesประวัติความเป็นมาของไมโครคอมพิวเตอร์ ประวัติของไมโครโปรเซสเซอร์ ในปี พ.ศ. 2503 ได้มีไอซีเกิดขึ้น ซึ่งไอซีนี้ก็คือการนำเอาวงจรอิเล็กทรอนิกส์มารวมกันและบรรจุไว้ในชิ้นสารซิลิกอน...Falsenansichoo2010-10-01T03:13:25+00:00nansichooNansita Choorat2010-10-01 02:34:32+00:002010-10-01 02:34:32updated16nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:57:50+00:002010-09-30 06:57:50updated15nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:30:45+00:002010-09-30 06:30:45updated14nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:29:42+00:002010-09-30 06:29:42updated13nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:17:24+00:002010-09-30 06:17:24updated12nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:16:15+00:002010-09-30 06:16:15updated11nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:15:38+00:002010-09-30 06:15:38updated10Added tag - hotnansichooNansita Choorat2010-09-30 06:13:07+00:002010-09-30 06:13:07addTag9nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:12:54+00:002010-09-30 06:12:54updated8nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:11:55+00:002010-09-30 06:11:55updated7nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:10:29+00:002010-09-30 06:10:29updated6nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:07:39+00:002010-09-30 06:07:39updated5nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:07:10+00:002010-09-30 06:07:10updated4nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:06:09+00:002010-09-30 06:06:09updated3nansichooNansita Choorat2010-09-30 06:05:43+00:002010-09-30 06:05:43updated2First creatednansichooNansita Choorat2010-09-30 06:05:11+00:002010-09-30 06:05:11created1wiki2010-10-01T02:34:32+00:00groups/poly_power/wiki/e33fbFalseหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไมโครโปรเซสเซอร์/groups/poly_power/wiki/e33fb/_1_.htmlNansita Choorat16 updatesหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไมโครโปรเซสเซอร์ สาระสำคัญ ไมโครโพรเซสเซอร์ได้เข้ามามีผลต่อการออกแบบระบบดิจิตอลค่อนข้างมาก ดังนั้นในการศึกษาถึงการทำงาน และการนำไมโครโพรเซสเซอร์มาใช้งานเป็นเรื่...Falsenansichoo2010-10-01T02:34:32+00:00hot/groups/poly_power/search/index.rss?sort=modifiedDate&kind=all&sortDirection=reverse&excludePages=wiki/welcomelist/groups/poly_power/search/?sort=modifiedDate&kind=all&sortDirection=reverse&excludePages=wiki/welcomeRecent ChangesRecentChangesListUpdates?sort=modifiedDate&kind=all&sortDirection=reverse&excludePages=wiki/welcome0/groups/poly_power/sidebar/RecentChangesListmodifiedDateallRecent ChangesRecentChangesListUpdateswiki/welcomeNo recent changes.reverse5search