Tags

    ศิลปะการแต่งกาย

    เครื่องแต่งกาย หมายถึงสิ่งที่มนุษย์นำมาใช้เป็นเครื่องห่อหุ้มร่างกาย การแต่งกายของมนุษย์แต่ละเผ่าพันธุ์สามารถค้นคว้าได้จาก หลักฐานทางวรรณคดีและประวัติศาสตร์ เพื่อให้เป็นเครื่องช่วยชี้นำให้รู้และเข้าใจถึงแนวทางการแต่งกาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสภาพของการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคสมัยนั้นๆ

    สภาพของการงานและอาชีพ
    หนังสัตว์และใบไม้สามารถใช้เพื่อป้องกันอันตรายจากภายนอก เช่น การเดินป่าเพื่อหาอาหาร มนุษย์ก็ใช้หนังสัตว์และใบไม้เพื่อป้องกันการถูกหนามเกี่ยว หรือ ถูกสัตว์กัดต่อย ต่อมา สามารถนำเอาใยจากต้นแฟลกซ์ ( Flax ) มาทอเป็นผ้าที่เรียกกันว่า ? ผ้าลินิน ? เมื่อความเจริญทางด้านวิทยาการมีมากขึ้น ก็เริ่มมีสิ่งที่ผลิตเพิ่มขึ้นอีกมากมายหลายชนิด สมัยศตวรรษที่ 19 เสื้อผ้ามีการวิวัฒนาการเพิ่มมากขึ้น มีผู้คิดประดิษฐ์เสื้อผ้าพิเศษ เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้สวมใส่ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานประเภทต่างๆ เช่น กลาสีเรือล่าปลาวาฬ คนงานเหมืองแร่ เกษตรกร คนงานอุตสาหกรรม ข้าราชการทหาร ตำรวจ พนักงานดับเพลิง เป็นต้น
    อันตรายต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างปฏิบัติงาน ทำให้ความต้องการของมนุษย์ในด้านเสื้อผ้ามีมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ เสื้อผ้าที่ผลิตขึ้นมานั้นได้มีการปรับปรุงและตกแต่งพิเศษเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับอาชีพต่างๆ เช่น ให้มีความคงทนต่อสารเคมี ทนต่อพิษ และ อุณหภูมิ นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งพิเศษอื่นอีก อาทิเช่น ทนต่อการซักและทำความสะอาด ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า ไม่ดูดซึมน้ำ และไม่เป็นตัวนำความร้อน เป็นต้น

    ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมและศาสนา
    เมื่อมนุษย์มีสติปัญญามากยิ่งขึ้น มีการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มชน และจากการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะนี้เอง จึงจำเป็นต้องมีระเบียบและกฎเกณฑ์ในอันที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข โดยไม่มีการรุกรานซึ่งกันและกัน จากการปฏิบัติที่กระทำสืบต่อกันมานี้เอง ในที่สุดได้กลายมาเป็นขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมขึ้น ในสมัยโบราณ เมื่อมีการเฉลิมฉลองประเพณีสำคัญต่างๆ เช่น การเกิด การตาย การเก็บเกี่ยวพืชผล หรือเริ่มมีการสังคมกับกลุ่มอื่นๆ ก็จะมีการประดับหรือตกแต่งร่างกาย ให้เกิดความสวยงามด้วยเครื่องประดับต่างๆ เช่น ขนนก หนังสัตว์ หรือทาสีตามร่างกาย มีการสักหรือเจาะ บางครั้งก็วาดลวดลายตามส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อแสดงฐานะหรือตำแหน่ง ซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีหลงเหลืออยู่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวพื้นเมืองของประเทศต่างๆ ศาสนาก็มีบทบาทสำคัญในการแต่งกายด้วยเหมือนกัน ในสมัยสงครามทางศาสนา เช่น สงครามครูเสด ซึ่งเป็นสงครามที่ยืดเยื้อนานกว่า 300 ปี การสงครามที่ยาวนานทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างข้าศึกเกิดขึ้น ทำให้ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดและวัฒนธรรมซึ่งกันและกันตามมา

    เศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมสถานะภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของมนุษย์ แต่ละบุคคลย่อมไม่เหมือนกัน จึงทำให้เกิดการแต่งกายที่แตกต่างกันออกไป สังคมทั่วไปมีหลายระดับชนชั้น มีการแบ่งแยกกันตามฐานะทางเศรษฐกิจ เช่น ชนชั้นระดับเจ้านาย ชาวบ้าน และกรรมกร การแต่งกายสามารถบอกได้ถึงสถานภาพทางสังคมของผู้สวมใส่ได้อีกด้วย

    การสำรวจตนเองหมายถึง การรับรู้สภาพการดำรงชีวิต ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ว่าอยู่ในสภาวะที่กำลังเผชิญปัญหาอยู่หรือไม่ เช่น มีความลำบากกาย ลำบากใจ มีความสับสนวุ่นวายใจ หรือภาวะเครียด หรือความจำเป็นด้านใดบ้าง การพิจารณาสภาพปัญหา หรือความต้องการของตน มีประโยชน์ต่อการกำหนดลักษณะปัญหา หรือพฤติกรรมเป้าหมายในการพัฒนาตนต่อไป การรับรู้สภาวะแห่งตนในด้านต่างๆ จำเป็นต้องมีความถูกต้องชัดเจน

    การเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับวัย การเลือกซื้อเสื้อผ้าสวมใส่ ควรเลือกให้เหมาะสมกับวัยและบุคลิกภาพของตนเอง ดังนี้
    1.วัยเด็ก เสื้อผ้าในวัยเด็ก ควรเป็นเสื้อผ้าที่มีสีสดใส รูปแบบเก๋ไก๋ น่ารัก ไม่รุ่มร่าม เมื่อสวมใส่แล้วสามารถถอดออกง่าย ไม่คับหรือหลวมจนเกินไป
    2.วัยรุ่น เสื้อผ้าของเด็กวัยรุ่น ควรเป็นเสื้อผ้าที่มีสีสดใสหรือสีอ่อนๆ ก็ได้ แบบของ เสื้อผ้าจะเป็นไปตามความนิยมของแต่ละบุคคล เช่น บางคนชอบแต่งตัวแบบน่ารัก เช่น สวมกระโปรงและเสื้อผ้าสีหวานๆ เรียบร้อย บางคนแต่งกายแบบแคล่วคล่อง ว่องไว สะดวกต่อ การทำงาน เช่น สวมใส่กางเกง และเสื้อที่สุภาพ เป็นต้น แต่ควรเลือกแบบที่สุภาพ และไม่รัดรูป หรือเน้นรูปร่างของผู้สวมใส่มากเกินไป
    3.วัยผู้ใหญ่เสื้อผ้าที่เหมาะสมกับคนวัยนี้ มักนิยมสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีสุภาพ เรียบร้อย เพื่อให้ดูสง่างาม เหมาะสมกับวัยและบุคลิกภาพของตนเอง

    แต่งกายให้เหมาะกับรูปร่าง

    สาวหุ่นสามเหลี่ยมเหมือนโคนไอศกรีม (Cornet)สาวหุ่นแบบนี้เหมือนเป็นผู้หญิงที่ยังโตไม่เต็มวัย เพราะสรีระคุณเธอเหมือนเด็กสาววัยแรกรุ่นหรือทอมบอย ที่จะมีไหล่ค่อนข้างกว้าง แต่สะโพกจะแคบ ไม่มีก้น ดังนั้นเสื้อผ้าที่ใส่แล้วจะดูสวยควรเป็นกางเกงขาเดฟหรือขากระบอกเพื่อโชว์ส่วนล่างหรือสะโพก หรือจะเลือกเป็นเดรสแขนกุด แขนสั้น ความยาวชุดเลยเข่าก็ทำให้คุณดูดีทีเดียว
    สาวหุ่นเข็มหมุด (Lollipop) สาวหุ่นแบบนี้ถือเป็นสุดยอดหุ่นที่สาวๆ รุ่นใหม่ใฝ่ฝันที่จะมี เพราะนั่นหมายถึงว่าคุณเธอจะใส่เสื้อผ้าได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเอวสั้น เอวลอย ขาสั้น ขายาว เดรสสั้น เดรสยาว เธอสามารถใส่ได้หมด แถมใส่ได้สวยสุดๆ และเพื่อเป็นการเสริมความสนใจมากยิ่งขึ้นก็คือการเลือกเสื้อหรือเดรสที่มุ่งจุดสนใจไปที่หน้าอกจะเป็นการเพิ่มเสน่ห์ได้เป็นอย่างดี บวกด้วยการหารองเท้าส้นเข็มสวยๆ

    สาวหุ่นระฆัง (Bell) สาวๆ คนไหนที่เกิดมีหุ่นแบบนี้แล้วทำเอากลุ้มใจ เพราะช่วงเอวที่หนาและสะโพกที่กว้างจนดูเหมือนมีห่วงยางประจำตัวที่ไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลา แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ให้กลับมาดูดี ดูสวยเหมือนใครเขา เพียงแค่เลือกเสื้อผ้าสีเข้มๆ เข้าไว้ จะเป็นเดรสหรือกระโปรงทรงไหนก็ไม่ว่ากัน เพียงแต่ว่าต้องหาตัวที่ไม่เข้ารูปเท่านั้นมาใส่คุณก็สามารถเฉิดฉายได้ไม่อายใครเรื่องห่วงยางอีกต่อไป

    สาวหุ่นช่วงแก้วไวน์ (Globlet)สาวช่วงบน (หน้าอก) ใหญ่แบบนี้ไม่ต้องเสียความมั่นใจไป เพราะการมีหน้าอกที่ใหญ่แบบนี้ถือเป็นจุดเด่นที่สาวอกไข่ดาวเป็นต้องอิจฉา แต่กระนั้นไม่ต้องหนักอกหนักใจไป เพราะเพียงแค่คุณสาวๆ หาเสื้อคอวีลึกสักครึ่งอก กับกระโปรงเหนือเข่า รองเท้าส้นสูงมาช่วยขับเรียวขาเรียวงามของคุณ เท่านี้คุณก็งามเลิศไม่แพ้ใครในปฐพีแล้ว
    สาวหุ่นเชลโล่ (Cello) ใครนึกไม่ออกว่าสาวหุ่นนี้เธอมีจุดบกพร่องตรงไหน ก็ลองนึกถึงเครื่องดนตรีประเภทสีอย่างไวโอลินก็ได้ เพราะเชลโล่เขาก็อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ดังนั้นสาวหุ่นนี้จึงมีช่วงสะโพกใหญ่นั่นเอง และเพื่อเป็นการพรางสะโพกดินระเบิดให้อยู่หมัดก็แค่หากระโปรงเข้ารูปที่มีการเย็บครึ่งสะโพก กับการหาเสื้อที่เน้นช่วงบนให้เป็นจุดเด่นอย่างเสื้อคอวีก็ทำให้คุณดีมีเสน่ห์ต่อสายตาคนรอบตัวแล้ว
    สาหุ่นก้อนอิฐ (Brick) ประเด็นในการแก้รูปร่างที่ตรงทื่อ เอวหาย ไหล่กว้างเหมือนนักกีฬาว่ายน้ำก็ไม่ปานของสาวๆ เหล่านี้คือ การหาเสื้อเข้ารูป กระโปรงพลีต หรือชุดเดรสที่มีการจับจีบช่วงสะโพกและมีการปล่อยชายเป็นหางปลาก็ทำให้คุณดูสวยสะดุดตาแล้ว เพิ่มเติมด้วยการนำรองเท้าส้นสูงสวยๆ

    รูปแบบและลายเส้นของเสื้อผ้า

    รูปแบบใช้เสื้อผ้ารูปแบบที่ดูสบายให้คล่องตัว ไม่นำแฟชั่นจนเกินไป

    1. เส้นตั้ง ดึงสายตาให้มองขึ้นและลงในแนวดิ่ง ทำให้ผู้สวมใส่มองดูสูงขึ้น

    2. เส้นนอน ดึงสายตาให้มองเป็นทางยาวไปแนวนอนทำให้ผู้สวมใส่มองดูกว้าง

    3. เส้นเฉียงหรือเส้นทะแยง ดึงสายตาให้เบี่ยงเบนจากแนวนอนไปตามแนวเฉียงของส้นไม่ทำให้อ้วน

    สีของเสื้อผ้า

    สีแดงเพื่อความเชื่อมั่น สีแดงเต็มไปด้วยพลังงานและการเคลื่อนไหว เป็นสีที่ช่วยดึงเอาบุคลิกความเชื่อมั่นในตัวเอง ความกระตือรือร้น และความทะเยอทะยานออกมา เสื้อผ้าสีแดงบ่งบอกถึงบุคลิกในการรู้จักความต้องการของตัวเองอย่างชัดเจน และปรารถนาความสำเร็จในชีวิต คุณสมบัติของสีแดงในเสื้อผ้าจะ ช่วยดึงเอาความแข็งแกร่งกับความเชื่อมั่นในตัวตน ของคุณออกมาให้ปรากฏเด่นชัด จะถูกจะแพง เอาแดงไว้ก่อน

    สีส้มสำหรับพลังความไม่หยุดนิ่ง สีส้ม คือ สีที่แสดงพลังอย่างเต็มที่และไม่หยุดนิ่ง การสวมใส่สีส้มจะช่วยให้ขับเน้นความสามารถในการจัดการความไม่เป็นระเบียบต่างๆ ให้เข้ารูปเข้ารอยโดยง่าย เป็นสีที่จะช่วยรวบรวมสมาธิ และความมีจุดมุ่งหมายในการกระทำต่างๆให้โดดเด่นขึ้นมา แสดงออกถึงความมุ่งมั่นภายในตัวตนของคุณ
    สีเหลืองสำหรับความอบอุ่น ที่จริงสีเหลืองเป็นสีที่บ่งบอกในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร การเลือกสวมใส่สีเหลือง จะช่วยให้ผู้สวมใส่เต็มไปด้วย ความสดใส และเต็มไปด้วยความอบอุ่นสำหรับผู้อื่น สีเหลืองจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นได้ เปิดเผยคุณสมบัติการเป็นผู้รับฟังที่ดีสำหรับผู้อื่น นอกจากนั้น สีเหลืองยังเต็มไปด้วยบุคลิกของความสุข ไม่เพียงเท่านั้นสีเหลืองยังส่งเสริมในเรื่องของการขายอีกด้วย
    สีเขียวช่วยจัดสร้างความสงบ
    กับเรื่องของการตัดสินใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนั้น ยังช่วยรักษาความมั่นคงในอารมณ์ เปิดเผยความซื่อสัตย์ และความน่าเชื่อถือในตัวคุณ

    สีน้ำเงินดึงความคิดสร้างสรรค์ เสื้อผ้าสีน้ำเงิน บ่งบอกด้านศิลปะในตัวบุคคลได้ดีที่สุดในบรรดาสีต่างๆ เต็มไปด้วยอารมณ์ และความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างยิ่ง เ ปิดเผยความกระตือรือร้น และความทะเยอทะยานอย่างแรงกล้าในตัวคุณให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความชัดเจนในเรื่องของการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นอกจากนั้นยังช่วยเปิดเผยความมีวิสัยทัศน์ในตัวผู้สวมใส่สีน้ำเงินด้วยนั่นเอง
    สีม่วงเพื่อแสดงความสง่างาม การสวมใส่สีม่วงขับเน้นความลึกลับ กับความช่างระแวดระวังให้ปรากฏ ไม่เพียงเท่านั้นสีม่วงยังช่วยนำเสนอพลังในการรักษาสมดุลในจิตใจ รวมทั้งยังช่วยเสริมสร้างความมีเสน่ห์ และความสง่างามในบุคลิกภาพของแต่ละคนให้โดดเด่นออกมาอีกด้วย

    ชมพูเพิ่มความเป็นมิตร ช่วยเสริมสร้างพื้นฐานของ ความใจดี มีน้ำใจ อ่อนหวาน และช่างพิจารณาให้ปรากฏ เสื้อผ้าสีชมพูจะช่วยเสริมคุณสมบัติของความอบอุ่น และความโอบอ้อมอารี มีน้ำใจต่อผู้อื่นให้เห็นเด่นชัดขึ้น นอกจากนั้น ยังแสดงออกถึงการโน้มน้าวจิตใจผู้อื่นได้ดี การสวมใส่สีชมพูจะช่วยขับเน้นความเป็นมิตร ทั้งยังแสดงออกได้ถึงความเป็นผู้นำอยู่ในตัวเองอีกด้วย
    สีดำเน้นความหนักแน่น การสวมใส่สีดำแสดงถึง ความหนักแน่นและเข้มแข็ง ช่วยเสริมความมาดมั่นในตัวคุณ ทำให้คุณดูมีเสน่ห์น่าค้นหา สีดำยังช่วยให้ดึงพลังในตัวผู้สวมใส่ให้ถูกขับเน้นออกมาได้ดีอีกด้วย
    สีขาวบอกรสนิยม

    การสวมใส่สีเขียวช่วยสร้างความสมดุลและความสงบ นอกจากนั้น ยังช่วยดึงบุคลิกของความนิ่งความมั่นคงออกมาให้เด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของสุขภาพและความสมดุลด้านจิตใจนั่นเองสีเขียวเป็นสีของธรรมชาติ ที่ช่วยขับเน้นเอาความแข็งแกร่ง และสมดุลในตัวคุณให้ปรากฏ สร้างความสงบสบายใจให้กับผู้อื่น
    สีฟ้าเสริมส่งจินตนาการ สีฟ้าของเสื้อผ้าจะขับความเยาว์วัยในตัวคุณให้โดดเด่นออกมา ไม่เพียงเท่านั้นสีฟ้ายังช่วยสร้างจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆให้เกิดขึ้นได้ดี สีฟ้าที่คุณสวมใส่จะช่วยสร้างความสงบในความคิดที่เกี่ยวข้อง

    กับเรื่องของการตัดสินใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนั้น ยังช่วยรักษาความมั่นคงในอารมณ์ เปิดเผยความซื่อสัตย์ และความน่าเชื่อถือในตัวคุณ

    สีน้ำเงินดึงความคิดสร้างสรรค์ เสื้อผ้าสีน้ำเงิน บ่งบอกด้านศิลปะในตัวบุคคลได้ดีที่สุดในบรรดาสีต่างๆ เต็มไปด้วยอารมณ์ และความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างยิ่ง เ ปิดเผยความกระตือรือร้น และความทะเยอทะยานอย่างแรงกล้าในตัวคุณให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความชัดเจนในเรื่องของการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นอกจากนั้นยังช่วยเปิดเผยความมีวิสัยทัศน์ในตัวผู้สวมใส่สีน้ำเงินด้วยนั่นเอง
    สีม่วงเพื่อแสดงความสง่างามารสวมใส่สีม่วงขับเน้นความลึกลับ กับความช่างระแวดระวังให้ปรากฏ ไม่เพียงเท่านั้นสีม่วงยังช่วยนำเสนอพลังในการรักษาสมดุลในจิตใจ รวมทั้งยังช่วยเสริมสร้างความมีเสน่ห์ และความสง่างามในบุคลิกภาพของแต่ละคนให้โดดเด่นออกมาอีกด้วย

    ชมพูเพิ่มความเป็นมิตร ช่วยเสริมสร้างพื้นฐานของ ความใจดี มีน้ำใจ อ่อนหวาน และช่างพิจารณาให้ปรากฏ เสื้อผ้าสีชมพูจะช่วยเสริมคุณสมบัติของความอบอุ่น และความโอบอ้อมอารี มีน้ำใจต่อผู้อื่นให้เห็นเด่นชัดขึ้น นอกจากนั้น ยังแสดงออกถึงการโน้มน้าวจิตใจผู้อื่นได้ดี การสวมใส่สีชมพูจะช่วยขับเน้นความเป็นมิตร ทั้งยังแสดงออกได้ถึงความเป็นผู้นำอยู่ในตัวเองอีกด้วย
    สีดำเน้นความหนักแน่น การสวมใส่สีดำแสดงถึง ความหนักแน่นและเข้มแข็ง ช่วยเสริมความมาดมั่นในตัวคุณ ทำให้คุณดูมีเสน่ห์น่าค้นหา สีดำยังช่วยให้ดึงพลังในตัวผู้สวมใส่ให้ถูกขับเน้นออกมาได้ดีอีกด้วย

    สีขาวบอกรสนิยม แน่นอนว่าสีขาวจะแสดงออก ถึงความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา สีขาวของเสื้อผ้าแสดงออกถึงความสง่างามและมีเกียรติ โดยจะช่วยสื่อถึงความมั่นใจในตัวคุณ ทั้งขับเน้นอิสระทางด้านความคิดของคุณออกมาได้อย่างสมบรูณ์แบบ อีกทั้งยังบ่งบอกได้ถึงรสนิยมชั้นสูงได้เป็นอย่างดี

    เครื่องประดับตกแต่ง หมายถึง เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า เข็มขัด เป็นต้น การเลือเครื่องประดับพิจารณาดังนี้

    สร้อยคอ . เมื่อมีการเลือกสร้อยคอสำหรับตัวเองหรือเป็นของขวัญที่ด้านการออกแบบที่จะต้องพิจารณารวมถึงชนิดของห่วงโซ่, ความยาวของห่วงโซ่, ประเภทเข็มกลัดและไม่ว่ามันจะถูกสวมใส่กับจี้หรือเสน่ห์หรือเพียงอย่างเดียว มอร์แกนอัญมณีประเภทดำเนินการในห่วงโซ่ทั้งหมดยาวและหมุดและสามารถทำงานร่วมกับคุณในการปรับแต่งห่วงโซ่ของคุณสำหรับตัวเองหรือเป็นของขวัญ

    เข็มกลัด . เข็มกลัดที่มีอยู่ในเกือบทุกเครื่องแต่งกายหญิงแบบดั้งเดิมบนเกาะ . โดยทั่วไปมีสองประเภท : หนึ่งถูกนำไปใช้ทั้งหมวกหรือผ้าคลุมไหล่ที่จะโยงหรือม่านที่สองเพื่อให้แน่ใจว่าเสื้อยังคงอยู่อย่างสมบูรณ์ buttoned ลงด้านหน้า . เข็มกลัดมาให้สวมใส่บนหมวกกันน็อกที่เป็นของแฟชั่นที่ง่ายมากและมักจะไม่เกินกว่าขายาวกับหัวลวดลายเป็นเส้นละเอียดหรือหัวประดับด้วยปะการังหรือหอยมุก

    กำไลข้อมือ กำไลข้อมือ บางคนจะสวมใส่ในการทำเครื่องหมายเป็นโอกาสพิเศษหรือเหตุการณ์ขณะที่คนอื่นจะได้รับเลือกเพียงเพื่อความงามของพวกเขา ไม่ว่าเหตุผลของคุณสำหรับการเลือกสร้อยข้อมือ, ตัวเลือกของคุณรวมถึงวัสดุประเภทของความยาวหรือขนาดและรูปแบบ เมื่อคุณซื้อสร้อยข้อมือของคุณจากมอร์แกน Jewelers, คุณสามารถมั่นใจได้ว่ามันจะกำหนดเองสำหรับรสชาติตามสไตล์ของคุณและงบประมาณ

    แหวน แหวนไม่ควรสวมมากเกินไป สำหรับสาวรุ่นที่ยังไม่แต่งงานควรเลือกแหวนรัตนชาติหรือหินสีที่เหมาะสมกับตัวเรา

    การเลือกใช้สูท

    จุดเด่นของเสื้อสูท ประกอบด้วย

    1.คอปก ควรมีความกว้างน้อยกว่าระยะกึ่งกลางระหว่างคอเสื้อและส่วนไหล่คือกว้างประมาณ3.5 นิ้ว

    2.กระเป๋าฝาปิดกระเป๋าควรมีขนาดไดสัดส่วนกับคอปกเสื้อ กระเป๋าฝาปิดสีดำเหมาะสำหรับเสื้อทักซิโด้

    3.การผ่าหลังตัวเสื้อมีจุดเริ่มแรกมาจากสมัยนายทหารม้าใส่เครื่องแบบทหารปล่อยชาย เพื่อสะดวกสบายในการขยับตัวขี่ม้าหรือลงจากหลังม้า จึงผ่าด้านหลังไว้

    ประเภทของสูท

    1.สูทแซ็ก เป็นสูทที่ไม่มีรูปแบบเด่นชัด ไหล่จะแคบและจะมีผ่าตรงกระเป๋า ตัวเสื้อด้านหลังผ่ากลาง กระดุมด้านหน้ามีแถวเดียวอาจมีถึง 3 หรือ 4 เม็ด ซึ่งไม่ว่าคนใส่จะมีรูปร่างยังไงก็สามารถสวมสูทแบบนี้ได้ เพราะสูทแบบนี้มีลักษณะหลวมโคร่ง แต่สูทแบบนี้ก็จะทำให้ผู้สวมขาดเอกลักษณ์

    2.สูทกระดุมแถวเดียวสไตล์ยุโรป สูทแบบนี้จะใช้ลายเส้นเพื่อเน้นรูปร่างผู้สวมใส่ โดยจะมีไหล่เสื้อยกเป็นรูปสี่เหลี่ยมและโคนแขนเสื้ออยู่ระดับสูง ตัวเสื้อจะรัดให้เห็นรูปร่างบริเวณหน้าอกและสะโพก ด้านหน้าจะติดกระดุมแถวเดียว 2 เม็ด ด้านหลังของสูทจะไม่มีผ่า สูทแบบนี้เหมาะกับกางเกงค่อนข้างรัดรูป ซึ่งสูทแบบนี้จะเน้นความเป็นชายมากกว่าสูทแซ็ก และดูเป็นทางการ ทั้งยังทำให้ผู้ใส่ดูผอมกว่าความเป็นจริง

    3.สูทกระดุมแถวเดียวสไตล์อเมริกัน สูทแบบนี้มีรากฐานมาจากคนอเมริกันเพราะคนอเมริกันชอบแต่งกายแบบสบายๆ และคนอเมริกันมีไหล่กว้าง อกผึ่ง และดูหนาทั้งตัว จึงต้องสวมสูทที่ช่วยให้ความหนาลดลงแต่ยังคงสบายขณะใส่และขณะเคลื่อนตัว ซึ่งสูทสไตล์อเมริกันนั้นจะเป็นการผสมผสานระหว่างสูทแซ็กและสูทสไตล์ยุโรป คือจะรัดรูปบริเวณเอวทำให้ตัวเสื้อเหมือนรูปตัววี กระดุมใช้แถวเดียวมี 2 เม็ด คอปกจะยาว โดยสูทแบบนี้ออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับรูปร่างจึงเหมาะกับคนที่มีรูปร่างสมส่วน

    4.สูทกระดุม 2 แถว ปัจจุบันสูทกระดุม 2 แถว เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายเพราะเป็นแฟชั่นอีกรูปแบบหนึ่ง ผู้ที่สวมใส่จึงดูเป็นคนมีรสนิยมในการแต่งตัวให้ทันสมัย และเวลาใส่สูทกระดุม 2 แถว ควรกลัดกระดุมล่างหรือกระดุมกลางเม็ดเดียว อย่ากลัดทั้ง 2 เม็ดพร้อมกัน โดยการกลัดกระดุมเม็ดล่างจะทำให้ผู้ใส่ดูลำตัวยาวขึ้นจึงเหมาะกับคนตัวเตี้ย ส่วนการกลัดกระดุมเม็ดกลางจะทำให้ดูเหมือนลำตัวถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนล่างและส่วนบน ซึ่งจะเป็นการลดความสูงของผู้ใส่ โดยรวมแล้วสูทกระดุม 2 แถว เหมาะกับบุคคลทุกรูปร่าง ยกเว้นคนที่มีสะโพกใหญ่เกินไปเท่านั้น

    5.สูทสปอร์ตสูทสปอร์ตนั้นสามารถสวมใส่ได้หลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการใส่เข้าสังคมหรือใส่เพื่อลดความเครียดในการเจรจาธุรกิจ หรือเราสามารถเห็นได้จากในรายการโทรทัศน์ที่ดาราหลายคนนิยมสวมใส่

    ผ้าตัดสูท

    สูทเป็นเครื่องแต่งการชิ้นที่สำคัญที่ผู้ชายควรมี และควรจะเลือกให้เป็น เพราะว่าสูทดีๆที่ตัดเย็บดีๆ ถึงจะแพงหน่อย แต่ว่าก็ใช้ได้ทนนาน และใช้ได้หลายโอกาส วันนี้ลองมาดูวิธีเลือกสูทกัน เรื่องที่ควรสนใจเรื่องหนึ่งคือเนื้อผ้า
    เนื้อผ้าของสูทแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ ผ้าที่ไม่ใช่ผ้าขนสัตว์ และ ผ้าขนสัตว์

    ผ้าฝ้าย
    ข้อดี : ผ้าฝ้ายที่เนื้อดีจะตัดสูทได้ดูดี แต่ถ้าจะให้ดีควรเป็นผ้าฝ้ายที่ปนกับ
    lycraเพราะว่าจะเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับตัวผ้า สูทจะคงตัวได้ดี และรูปทรงไม่เสียง่าย
    ข้อเสีย : ซีดง่ายและยับง่าย แต่ก็ยังไม่ง่ายเท่าผ้าลินิน

    ผ้าลินิน
    ข้อดีของสูทผ้าลินิน : เป็นผ้าสูทที่เหมาะสำหรับหน้าร้อน ระบายอากาศได้ดี น้ำหนักเบา
    ข้อเสีย : เปื้อนง่ายมากๆ ยับง่าย ไม่เหมาะกับท่องเที่ยว


    ผ้าขนสัตว์

    Tweed
    ข้อดี : อุ่น
    ข้อเสีย : หนัก คนอ้วนใส่แล้วจะดูตัวใหญ่เกินไป เพราะผ้าหนา

    Flannel
    ข้อดี : ทนทาน อุ่น เหมาะสำหรับเป็นสูทใส่หน้าหนาว สีที่นิยมคือสีเทาเข้ม หรือมีลายเส้นนิดๆ
    ข้อเสีย : ผ้าเนื้อหนา


    Tropical
    ข้อดี : น้ำหนักเบาถึงเบามาก เป็นผ้าวูลที่เหมาะสำหรับอากาศที่ร้อน
    ข้อเสีย : เนื่องจากน้ำหนักเบา จึงยับง่าย (แต่ไม่ง่ายอย่างลินิน)

    Worsted
    worstingคือกระบวนการการคัดเลือกเส้นวูลที่สั้นๆออกจากการทอ ทำให้ได้เส้นวูลที่ยาว ซึ่งผ้าจะเรียบและเนียนกว่าทนกว่าการทอโดยใช้เส้นด้ายสั้นบ้างยาวบ้าง ผ้าที่ผ่านกรรมวิธีนี้เป็นผ้าที่เหมาะที่สุดสำหรับคนที่เพิ่งจะมีสูทเป็นชุดแรก น้ำหนักจะเบาถึงปานกลาง เหมาะกับอากาศบ้านเรา และ คนที่ทำงานในห้องแอร์ สำหรับเมืองไทยควรเลือกแบบที่ทอน้ำหนักเบาหน่อย ราคาอาจจะแพงสักนิด แต่คุ้มกว่า เพราะว่าทนนาน และใช้ได้หลายโอกาส
    ข้อดี : มีความทนทานสูง ทนยับ และใส่ได้ตลอดปี มีทั้งแบบน้ำหนักเบาและปานกลาง เลือกได้หลายแบบ
    ข้อเสีย : ไม่มี

    วิธีการเลือกเนคไท เลือกให้ดีต้องดูที่คุณภาพ โดยมีขั้นตอนในการเลือกดังต่อไปนี้

    1. เลือกที่มีความยาวและความกว้างที่เหมาะเจาะ กับขนาดของตัวผู้สวมใส่ และ กระแสนิยมของแฟชั่น แต่ขนาดที่เป็นมาตรฐานทั่วไปคือมีความยาว 54 นิ้ว และกว้าง 3 1/4 นิ้ว

    2. ลองสัมผัสเน็คไทว่าเนียนนุ่มมือ อ้อต้องเป็นแบบผ้า 3 ชิ้น เย็บเข้าด้วยกัน ไม่ใช่แบบ 2 ชิ้นดูดีๆ

    3. ตรวจดูการเสริมด้านใน ควรจะมีการเสริมที่ปลายแต่ละด้าน และใช้วัสดุซึ่งมีส่วนผสมของเส้นใยขนสัตว์

    4. พลิกด้านในของเน็คไทดูเพื่อดูความเรียบร้อยของเน็คไท ว่าไม่มีด้ายที่หลุดลุ่ย ของดีเวลาตลบตรงปลายแล้วยังคงรูปเหมือนเดิมจำไว้

    5. พับแบ่งครึ่งเน็คไทแล้วสังเกตุว่าเน็คไทด้านที่แคบกว่า ได้ระดับตรงกลางกับด้านที่กว้างกว่าหรือไม่ ตรงนี้จะมีผลเวลาผูกเน็คไททำให้ราบไปกับแผ่นอกของคุณอย่างสวยงาม

    การเลือกเนคไททีสีสันและลวดลาย

    1. เลือกลวดลายของเน็คไทที่เข้ากันกับเสื้อเชิ้ตของคุณ อย่าให้มันมาแข่งกันเอง พึงสังเกตุว่าต้องการให้เสื้อดูโดดเด่นจงเลือกเน็คไทที่เรียบและไม่ฉูดฉาด หากต้องการโชว์ลวดลายของเน็คไทก็ใช้เสื้อเชิ้ตที่มีลวดลายเรียบๆ เป็นต้น
    2. เลือกสีเน็คไทถ้าไม่ตัดกัน ก็ให้เลือกเฉดเดียวกันกับเสื้อ รับรองว่าเข้ากันได้ อย่างเสื้อสีน้ำเงินหรือสีฟ้า อาจใช้เน็คไทสีเหลืองหรือ จะลองแบบเฉดเดียวกัน อย่างเสื้อสีม่วงอ่อน จัดเข้าคู่กับเน็คไทสีม่วงเข้ม

    ข้อแนะนำ โดยทั่วไปแล้ว อย่าให้ลวดลายของชุดเสื้อผ้ามีมากกว่า 2 ชิ้น เช่นถ้าสูทลาย
    เน็คไทก็ลาย ให้เลือกเสื้อเชิ้ตสีเรียบ การ แต่งตัวเพื่อพบปะด้านธุรกิจ หรือสัมภาษณ์งาน ควรเลือกใช้เน็คไทแบบเรียบๆ ทั้งลายและสีจะดีกว่า แต่ถ้าเป็นงานที่ไม่เป็นทางการนักล่ะก็ เน็คไทคุณจะเปรี้ยวจะเผ็ดก็ไม่มีใครว่าคุณ

    วิธีการผูก เน็คไท

    1.แบบThe Four in Hand

    2..แบบ The Windsor

    3.แบบThe Half Windsor

    การผูกเนคไทแบบโบว์ การผูกเนคไทแบบโบว์ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ใส่ด้วยว่าชอบหรือไม่

    ผิวพรรณ ลักษณะของผิวพรรณ แบ่งเป็น 5 แบบ

    1.ผิวแห้ง คนผิวนี้จะดุแก่เร็ว เพราะผิวชุ่มชื้นน้อยมากจึงมักเป็นขุยหยาบกร้านต่อมน้ำมันเสื่อม รูขุมขนเล็ก

    2.ผิวปกติ เป็นผิวที่ทุกคนต้องการ เพราะอยู่บนความพอดีไม่มันเยิ้มหรือแห้งกร้านเกินไปจึงมีผิวที่เปล่งปลั่งสดใสนวลเนียน แยกผิวแบบย่อยลายละเอียด

    3.ผิวมัน เกิดจากต่อมน้ำมันทำงานมากไป จนทำให้ผิวดูชุ่มชื้นเกินควรซึ่งผิวแบบนี้ทำให้เกิดสิวง่ายรูขุมขนใหญ่ และมักจะผมมัน ริ้วรอยเหี่ยวย่นจะมาช้ากว่าผิวอื่น ทำให้ดูอ่อนวัยนานหน่อย

    4..ผิวผสม คือ ผิวรวมหลายลักษณะผิว เช่นใบหน้าแก้มเป็นผิวมันหน้าผากเป็นผิวแห้ง

    5.ผิวแพ้ง่าย คือ ผิวบอบบางตอบสนองต่อสิ่งต่างๆรวดเร็วเกินไปไม่ว่าจะเป็นแสงแดด อาหารเครื่องสำอาง เครื่องดื่ม ฯลฯจำเป็นต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ

    เส้นผม ประเภทของเส้นผม

    ผมมัน
    ลักษณะผมดูลีบ ขาดชีวิตชีวา เพราะต่อมไขมันบริเวณหนังศีรษะผลิตไขมันหล่อเลี้ยงมากเกินไป หรือเกิดจากความชื้นในอากาศ นอกจากนี้ความมันของผม ยังอาจมาจากการใช้ครีมนวดผม หรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมมากเกินไป

    ผมแห้ง
    ลักษณะผมจะดูด้าน ขาดความเงางาม ดูแล้วรู้สึกหยาบกระด้าง เพราะหนังศีรษะผลิตไขมันมาหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ หรือสาเหตุจากการดัดและย้อมสีผมบ่อยเกินไป หรือตากแดดมากเกินไป ผมจึงถูกทำลายโดยแสงแดด หรือเป็นเพราะท่านสุขภาพไม่ดี ร่างกายอ่อนล้า ขาดสารอาหารทำให้ผมไม่แข็งแรงไปด้วย วิธีดูแลเส้นผมแห้งมีด้งนี้

    1. ตัดปลายผม เล็มส่วนที่เสียออกไปให้หมด
    2. เลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของโปรตีน ตามด้วยครีมนวด เน้นนวดที่ปลายผมให้มาก และอาจเสริมด้วยการหมักผมอาทิตย์ละ 2 ครั้ง
    3. การหมักผม อาจเลือกใช้เบบี้ออยล์ทิ้งไว้นานประมาณ 15 นาที แล้วค่อยสระผมตามปกติ หรือ อาจเลือกใช้น้ำมันมะกอกผสมกับน้ำส้มสายชู โดยผสมให้น้ำส้มสายชูประมาณ 1/3 ของน้ำมันมะกอก หมักแค่ 2-3 นาทีเท่านั้นแล้วสระตามปกติ เส้นผมจะลื่นเรียบไม่พันกัน
    4. หลังจากที่สระผมเสร็จให้เลือกใช้วิตามินบำรุงเส้นผม เพื่อดูแลและป้องกันผมแตกปลาย

    ผมแตกปลาย
    เป็นอีกหนึ่งลักษณะของผมแห้ง ดูขาดชีวิตชีวาและแตกบริเวณส่วนปลายผม เกิดขึ้นเพราะเปลือกด้านนอกสุดของเส้นผม (Cuticle) เสียหายมาก จนกระทั่งแกนผม (Cortex) แห้งและแตกจากการแปรงผมอย่างรุนแรง หรือโดนความร้อนจากไดร์เป่าผม

    ผมเป็นรังแค
    เกิดจากหนังศีรษะที่แห้งและแตกเป็นขุยเนื่องจากความระคายเคือง การชะล้างแชมพูหรือครีมนวดผมออกไม่หมดจนเกิดการระคายเคืองหนังศีรษะ หรือเกิดจากความเครียด ทำให้ภูมิต้านทานลดลงจนเกิดเชื้อราขึ้น เชื้อรานี้จะเป็นสาเหตุของรังแคซึ่งแก้ไขได้ค่อนข้างยาก

    วิธีดูแลผมเป็นรังแคมีด้งนี้

    1. แชมพูที่ผสมคีโตโคนาโซล เช่น ไนโซรัล ทรีอาทอป คีนาริน ฯลฯ
    2. แชมพูที่ผสมซิงค์ไพริไธออน หรือเซเลเนียมซัลไฟด์ เช่น เซลชั่น เซลชั่นบูล ฯลฯ
    3. แชมพูที่มีส่วนผสมของน้ำมันดิน เช่น โพลีทาร์แวมพู ทาร์แชมพู ไอโอนิลทีแชมพู ฯลฯ
    4. แชมพูที่มีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิก
    5. แชมพูที่มีอยู่ในร้านค้าทั่วไป เช่น เฮดแอนด์โชลเดอร์ คลินิก รีจอยซ์ ฯลฯ

    ผมฟู
    ลักษณะผมชนิดนี้จะดูแห้งขาดความชุ่มชื้น ขาดน้ำหนัก ควรใช้ครีมนวดผมเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มความเงางาม และปกป้องเส้นผมจากสิ่งแวดล้อมมลภาวะต่างๆ ครีมนวดผมจะทำงาน โดยการเคลือบเส้นผมแต่ละเส้นให้นุ่มสลวย ทำให้แผ่นเปลือกผม (Cuticle) แนบสนิทกับโคนผม และช่วยโอบอุ้มความชุ่มชื้นให้เส้นผมด้วย ท่านสามารถใช้ครีมนวดผม ชนิดล้างออกได้ทุกครั้ง หลังสระด้วยแชมพู หรือจะเลือกใช้แบบสเปรย์ที่ไม่ต้องล้างออก (Leave inconditioner) ก็ได้ ข้อแตกต่างก็คือ ครีมนวดผมชนิดล้างออกจะปรับสภาพผมได้ถาวรกว่า สามารถซึมซาบเข้าไปในเปลือกผม ทำให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น ส่วนชนิดสเปรย์ทิ้งไว้โดยไม่ต้องล้างออก ผลิตมาเพื่อรักษาสภาพผมเฉพาะวัน ทำให้ผมหวีง่ายขึ้น ลดการพันกันของเส้นผม ลดการสูญเสียความชุ่มชื้นของเส้นผมจากแสงแดดและมลภาวะ สามารถใช้ได้ทุกวันแม้ไม่ได้สระผม ถ้าท่านมีผมที่ดูแห้งและแตกปลายมาก ท่านควรใช้ครีมนวดชนิดเข้มข้น หรือครีมหมักผม หรือฮอทออยล์ (Hotoil) นวดหมักผมหลังสระสัปดาห์ละครั้ง ครีมนวดชนิดนี้จะมีเนื้อครีมเข้มข้น เพื่อซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดต่อเส้นผมได้ดีกว่าครีมนวดปกติ นอกจากนี้ควรเลือกใช้แชมพูสระผม สำหรับผมแห้งโดยเฉพาะด้วย

    ผมธรรมดา
    ลักษณะทั่วไปจะง่ายต่อการจัดทรง มีการหล่อเลี้ยงของไขมันบนหนังศีรษะอย่างสมดุล ทำให้เส้นผมเรียบลื่น เงางาม ไม่มันจนเกินไปและยังไม่มีปัญหาเรื่องรังแคหรือหนังศีรษะแห้งด้วย

    ผมเส้นเล็ก
    ลักษณะผมเป็นเส้นเล็กดูกระจัดกระจาย ไร้น้ำหนัก ผมดูลีบแนบหนังศีรษะ และจัดทรงยาก มักเกิดภาวะไฟฟ้าสถิตย์เสมอทำให้ผมดูกระจายไร้ทิศทาง

    ใบหน้ากับทรงผมและการแต่งหน้า

    1.ใบหน้ากลม เหมาะกับทรงผม ที่มีความยาวเลยคางลงไป และทรงผมที่เล่นระดับจากศีรษะด้านบน ลงด้านล่าง ซึ่งจะช่วยถ่ายเทน้ำหนัก และความกลมตันของใบหน้าให้เฉลี่ยออกไปด้านข้าง ทรงผมที่สวยน่ารัก คือผมดัดลอนอ่อนๆ ตั้งแต่ช่วงปลายติ่งหูลงไป สไลซ์ให้ยาวระดับไหล่
    ควรหลีกเลี่ยง ทรง ผมดัดหยิกลอนเล็ก ที่มีความยาวระดับคาง ไม่ใช่ว่าสาวหน้ากลมห้ามรวบผมตึง โดยเด็ดขาดนะคะ ถ้าต้องการรวบผมตึง มีเทคนิคยกช่วงบนให้สูง (อารมณ์ตีโป่งผมช่วงบน แบบทันสมัยน่ะค่ะ มีอยู่ช่วงนึงเมื่อปลายปี 2004 ที่เหล่าดารา Hollywood ฮิตตีโป่งผมด้านหน้า แล้วปล่อยปลายผมยาว..ทรงนี้สาวหน้ากลมสามารถทำได้ และดูสวยเริ่ดเชียว การที่ยกผมช่วงบนสูง เพื่อที่จะถ่ายน้ำหนักด้านข้างของใบหน้า ทำให้หน้าดูเพรียวยาวขึ้นได้

    แบบเสื้อ ควรใส่เสื้อคอแหลม จะทำให้ใบหน้าแลดูยาว

    2.ใบหน้าสี่เหลี่ยม สาวที่มีลักษณะหน้าผากกว้าง โหนกแก้มเยอะ หรือคางปาด จะเหมาะกับทรงผมที่เป็นลอนอ่อนๆ ทรงสไลซ์ ให้ไล่ระดับตามกรอบหน้า ถ้าเป็นทรงผมสั้นต้องเป็นปลายแหลมๆ จะดูสวยมากถ้าผมยาวให้สไลซ์ผมกรอมใบหน้าด้านข้าง เพื่อปิดขากรรไกร ไล่ลงมาด้านล่าง

    ควรหลีกเลี่ยง ทรงผมบ๊อบตัดตรง โดยเฉพาะที่มีความยาวระดับคาง และผมม้าทื่อๆ เพราะจะยิ่งทำให้ ใบหน้าดูเป็นเหลี่ยมมากขึ้นไปอีก

    แบบเสื้อ เสื้อคอสี่เหลี่ยมเหมาะกับใบหน้ามีกรามกว้าง

    3.ใบหน้ารูปหัวใจ สาวที่มีรูปหน้าแบบนี้ คือหน้าผากค่อนข้างกว้าง หรือเป็นทรงสี่เหลี่ยม มีโหนกแก้มสูง ส่วนคางแคบ เล็ก แหลม ดวงตาของสาวๆ หน้ารูปหัวใจ จะเป็นจุดเด่นที่สุด บนใบหน้า สิ่งที่ต้องทำคือ เบนความสนใจจากโหนกแก้ม ไปยังส่วนอื่นๆ และพรางคางที่แหลมเล็ก ให้ดูกลมกลึง ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น ถ้าต้องการตัดผมสั้น ควรให้ผมด้านบนยาว และสไลซ์ให้ดูเบา อย่าง ผมหน้าม้าปาดข้างที่ออกจะฮ็อตฮิตอยู่ สาวๆผมสั้นทรงนี้จะดูเปรี้ยว เฉี่ยว ทันสมัย ไฮโซววว์มากๆค่ะ ถ้าอยากไว้ทรงผมบ็อบระดับคาง หรือเคลียไหล่ เหมาะกับทรงผม ที่เซ็ตปลายสะบัด หรือสไลซ์ปลาย เพราะจะช่วยไม่เน้น ให้คางดูแหลมมากนักค่ะ ถ้าชอบผมยาว จะดูสวยโดดเด่นเป็นพิเศษ กับทรงผมดัดคลื่นลอนอ่อนๆ เพราะบดบังความสูงของโหนกแก้ม และพรางตาไม่ให้คางเล็กแหลม จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนหวานมากยิ่งขึ้น
    ควรหลีกเลี่ยง ทรง ผมม้าตัดตรง เพราะจะเน้นใบหน้าช่วงล่างทั้งคาง และโหนกแก้มให้ชัดเจนมากไปค่ะ ส่วนการสไลซ์ที่ตัดหยาบๆ ไม่บางเบา ก็จะทำให้โครงใบหน้าเราดูแข็ง

    4.ใบหน้ายาวสำหรับผมตรง ควรเพิ่มความกว้างของใบหน้า ด้วยผมม้า หรือผมแสกข้าง นอกจากนี้ ทรงผมดัดหยิกมีคลื่นเล็กน้อย ถึงปานกลาง ก็สามารถเพิ่มความกว้าง ให้ศีรษะได้
    ควรหลีกเลี่ยง ทรงผมสั้นสไลซ์ที่สั้นเกินไป หรือเน้นน้ำหนัก ช่วงบนศีรษะ อย่างตีโป่งด้านหน้า อันนี้ไม่ควรค่ะ เพราะจะเน้นให้ใบหน้าดูยาวยิ่งขึ้น

    5.ใบหน้ารูปไข่ เป็นอะไรที่ perfect ค่ะ เพราะสามารถหาทรงผม ที่เข้ากับรูปหน้าได้ง่าย และหลากหลาย ไม่ว่าจะสั้นจะยาว แต่แบบที่สวยโดนใจสุดๆ คงต้องเป็นผมสไลส์ไล่ระดับ ในช่วงใดของใบหน้า ที่อยากให้คนอื่นมอง เช่น สไลซ์ใกล้โหนกแก้ม ริมฝีปาก หรือ คาง

    ควรหลีกเลี่ยง ทรงผมสั้นสไลซ์ไล่ระดับ ที่เพิ่มความสูงให้กับส่วนบนของศีรษะ เพราะจะทำให้ใบหน้าดูยาวไป

    การแก้ไขส่วนบกพร่องบนใบหน้า การแก้ไขรูปหน้าเป็นเทคนิค และทักษะของช่างเสริมสวยในการจัดแต่งใบหน้าให้สวยเด่นและปิดบังบางส่วนที่ไม่สวยงาม โดยวิธีใช้ เครื่องสำอาง ปกปิดแทน เพื่อเน้นส่วนบกพร่องให้ดีและสวยยิ่งขึ้น มีวิธีการดังนี้
    วิธีแก้ไขรูปหน้า
    1.ใบหน้ารูปไข่เป็นใบหน้าที่สมบูรณ์แต่งแบบใดก็ได้แล้วแต่ชอบ การปัดแก้มด้วยบรัชออนนิยมปัดเป็นรูปสามเหลี่ยมเฉียงขึ้นไปยังขมับ และใช้สีขาวเน้นจุดเด่น เช่นที่โหนกคิ้ว หน้าผาก และโหนกแก้มเท่านั้น
    2.ใบหน้ากลม เป็นใบหน้าอิ่มเต็มบริเวณโหนกแก้มจะกว้างกว่าปกติ และปลายจมูกกลมมน
    -ใช้รองพื้นสีเข้มเป็นตัวแรเงาโดยทาลงบริเวณที่ต้องการแก้ไข เกลี่ยให้ทั่ว แต่อย่าให้เป็นขอบชัดเจน
    -ใช้บรัชออนปัด ให้ปัดตั้งแต่ข้างแก้มไล่ลงมาหาแนวคางเกลี่ยให้เนียน กลมกลืนแล้วปัดบรัชออนเป็นรูปสามเหลี่ยมให้ขนานกัน ใบหูจรดแนวขากรรไกร เพื่อใบหน้าจะได้เรียวลงแบบธรรมชาติ
    3.ใบหน้าเหลี่ยม เป็นใบหน้ามีลักษณะกว้าง และมีขากรรไกรเป็นรูปเหลี่ยม
    -ใช้รองพื้นสีเข้มแรเงา บริเวณโหนกแก้มต่อมาที่กรามเป็นรูปเหลี่ยม ใช้รองพื้น 2 ระดับสี รองพื้นสีเข้มใช้บริเวณกรามด้านใน ทำให้กลมกลืนไปกับแนว โค้งของใต้กรามลงมาถึงคาง สีอ่อนกว่าให้อยู่ในแนวข้างแก้ม ทำให้สีกลมกลืนไปกับส่วนกลางของใบหน้า
    -ใช้บรัชออนทาปัด โดยทาปัดเป็นรูปสามเหลี่ยมที่บริเวณโหนกแก้มปิดให้จางลงมาใต้โหนกแก้ม ปัดบรัชออนจางๆ ลงในแนวไรผมถึงขมับด้วยเพื่อลด ความแข็งกระด้างของรูปหน้า
    4.ใบหน้ารูปหัวใจ เป็นใบหน้าที่มีลักษณะกว้างและสั้น หน้าผากกว้าง คางแหลม แก้มอิ่ม
    -ใช้รองพื้นสีเข้มบริเวณข้างหูและขมับทั้งสองข้าง เกลี่ยให้กลมกลืนกัน
    -ใช้บรัชออนปัดบริเวณข้างหูและขมับ แล้วปัดบรัชออนเป็นรูปไข่ ตามแนวกระดูกโหนกแก้ม
    วิธีแก้ไขดวงตา
    1.ดวงตาห่างกัน เวลาเขียนคิ้วต้องต่อคิ้วออกมาทางหัวตาเพื่อให้มองเห็นว่าตาชิดกัน
    2.ดวงตาชิดกันเพื่อทำให้ดวงตามองดูห่างกัน ต้องถอนขนคิ้วตรงบริเวณหัวคิ้วออก จะทำให้เกิดที่ว่าง และเวลาเขียนคิ้ว ควรต่อออกไปให้หางคิ้วยาว เล็กน้อย
    3.ตาโปนแต่งระบายเปลือกตาบนด้วยอายแชโดว์สีเข้มทั้งหมด โดยระบายให้เกินรอยพับของตาขึ้นไปด้วย สีของอายแชโดว์ที่เหมาะกับเปลือกตา ชนิดนี้ คือสีเทาหม่นและสีน้ำตาล วาดเส้น ขอบตาล่างให้วาดเส้นทับอยู่บนขนตาระบายอายเชโดว์สีเข้มในโทนสว่างกว่าสีแรก ลงที่ปลายหางตาล่าง
    ใต้คิ้วแตะสีอ่อนเฉพาะบนโหนกคิ้วเท่านั้น
    4.ตากลม อาจจะทำให้ดูตายาวได้ โดยการเขียนตาบริเวณหางตาให้ยาวออกไป
    5.เปลือกตาลึก ตาแบบนี้ส่วนของเปลือกตาบนทั้งหมดจะมีเนื้อมากแต่เมื่อลืมตาขึ้นส่วนของเปลือกตาทั้งหมดนี้จะหลบหายเข้าไปในเบ้าตาหมด ทำให้เหลือเนื้อที่เปลือกตาที่เห็นจริงน้อยมาก ใช้สีอายแชโดว์สีอ่อนระบายเปลือกตาทั้งหมด จากนั้นใช้สีเข้มกว่าแตะระบายเหนือรอยพับของเปลือกตา อย่า
    ใช้สีเข้มระบายทับรอยพับของเปลือกตาเป็นอันขาด การเขียนอายลายเนอร์ ก็เขียนให้ตวัดปลายขึ้นเล็กน้อย

    เขียนตาล่างตามรูปตา และอย่าปัดมาสคาร่าที่ขนตา
    วิธีแก้ไขคิ้ว
    1.คิ้วตกต้องร่างโครงของคิ้วใหม่ด้วยดินสอเขียนคิ้วบางๆ ใช้แหนบถอนขนคิ้วที่ขึ้นพ้นจากแนวที่เขียนไว้ออกจากแนวคิ้วใหม่ให้หมด การเขียนร่างคิ้วใหม่
    นี้ให้ยกส่วนของหางคิ้วขึ้น โดยยกขึ้นตรงส่วนกึ่งกลางคิ้วไปถึงหางคิ้วเติมวาดเส้นขนคิ้วลงในโครงร่างของคิ้วใหม่ใช้แปรงปัดขนคิ้วให้ได้รูป
    2.คิ้วหนา การมีคิ้วที่หนาเกินไปจะทำให้ดูใบหน้าดุ และแต่ตาลำยาก แต่ส่วนมากจะมีโครงร่างของคิ้วที่ดีอยู่แล้ว จึงเพียงแต่ถอนขนคิ้วบริเวณตอนบนหัวคิ้วและตอนล่างกึ่งกลางคิ้ว ไปทางหางคิ้วออกเล็กน้อย เวลาถอนขนคิ้วค่อยๆ ถอนออกทีละเส้น เมื่อแต่งคิ้วได้รูปแล้ว คิ้วชนิดนี้ ไม่จำเป็นต้องเขียนคิ้วเพียง
    แต่ใช้แปรงปัดขนคิ้วเท่านั้น
    3.คิ้วบาง คิ้วชนิดนี้มักจะมีโครงร่างดีอยู่แล้ว เพียงแต่เติมเส้นขนคิ้วลงไปให้ดูหนาและดูเต็มขึ้นเท่านั้น วิธีแต่งก็ค่อยๆเขียนเส้นขนคิ้วลงไปโดยวาดเส้นเติมออกมาจากคิ้วจริงให้ดูหนาขึ้นเล็กน้อย ทั้งในส่วนของขอบคิ้วบนและขอบคิ้วล่าง ต้องระวังอย่าให้การเติมคิ้วมากเกินไป ค่อยๆ เติมทีละน้อย ถ้าหากเติมหนา
    อย่างรวดเร็วแล้วจะทำให้ดูเป็นคิ้วที่แข็งกระด้างและไม่น่าดู
    4.คิ้วรกรุงรังจะมีขนคิ้วที่ไม่เป็นระเบียบ คือชี้และปัดไปคนละทาง ซึ่งเป็นการยากที่จะเขียนคิ้วให้ได้ดี และทำให้ไปรบกวนส่วนที่ดีอื่นๆของใบหน้า การจัดแต่งต้องใจเย็น เริ่มด้วยการเอากรรไกรเล็กๆ เส้นขนคิ้วที่ชี้และปัดไปทางอื่นใช้แปรงปัดขนคิ้วเพื่อหาแนวเส้นคิ้วที่ออกมา เมื่อทำการเล็บหรือถอนออกแล้วก็ใช้ดินสอเขียนคิ้ว เขียนเป็นแนวโค้งออกและเรียวลงมาหางคิ้ว
    5.คิ้วโก่ง ทำให้ดูว่าเลิกคิ้วอยู่ตลอดเวลา และจะดูไม่เป็นธรรมชาติ วิธีลดความโก่งของขนคิ้วลง โดยการถอนขนคิ้วบริเวณที่โก่งออกทีละเส้น ดูให้คิ้วลดความโก่งลง แล้วเขียนคิ้วใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่ที่ฐานคิ้วซึ่งให้เขียนเกินจริงออกมาเล็กน้อย เพื่อต่อคิ้วให้ดูยาวขึ้นเมื่อเขียนส่วนโค้งที่สวย จากนั้นก็ใช้แปรงปัดขนคิ้วให้ได้รูป
    6.คิ้วตรง คิ้วที่ตรงจะทำให้ใบหน้าดูเป็นคนคิดมาก หมกมุ่น และดูหนักเกินไปควรเขียนคิ้วใหม่ เริ่มจากฐานคิ้วที่จะสร้างใหม่ให้ต่ำกว่าเดิมเพื่อจะเป็นจุดเริ่มความของคิ้วได้ดีขึ้น เขียนเส้นขนคิ้วให้โค้งขึ้นเล็กน้อย ให้ส่วนของปลายหางคิ้วเดิมกลายเป็นส่วนโค้งสุดของการร่างคิ้วใหม่ เขียนหางคิ้วให้เรียวลง ถอนขนคิ้วให้เรียบ ใช้แปรงปัดขนคิ้วให้ได้รูป

    วิธีแก้ไขจมูก
    1.จมูกยาวให้ดูสั้นลงโดยทารองพื้นสีเข้มบริเวณปลายจมูกและค่อยๆ เกลี่ยให้จางออกไปด้านข้างและใต้จมูก แต่งโหนกแก้มให้ดูสูงขึ้น บริเวณโหนกแก้มให้ทาเป็นรูปสามเหลี่ยม แนวเฉพียงไปทางหู ลูบให้เนียนกลมกลืนกัน จากนั้นก็ใช้สีอ่อนลงบนกระดูกโหนกแก้ม และทาบรัชออน
    2.จมูกสั้นและแบน ใช้รองพื้นสีเข้มทาเป็นรูปสามเหลี่ยมที่บริเวณด้านข้างจมูกทั้งสองข้าง และใช้สีอ่อนทาบริเวณสันจมูก โดยทาตรงมุมหัวตาลงมา


    3.จมูกคด ทำให้ดูตรงโดยรองพื้นสีเข้มลงในด้านส่วนที่คดหรือโก่งออกมา และทาสีอ่อนในส่วนที่เหลือ อย่าลืมขั้นตอนของการเกลี่ยให้ดูกลมกลืนกัน
    4.จมูกกว้าง ใช้รองพื้นสีเข้มทาข้างจมูกทั้งสองข้าง และตรงบริเวณรูจมูก พยายามอย่าใช้สีเข้มทาเข้าไปจนถึงเส้นที่เกิดจากการหัวเราะ เพราะจะทำให้เน้นเส้นหรือรอยนี้มากขึ้น
    วิธีแก้ไขปาก

    1.ปากหนาทาครีมรองพื้นทับลงมาถึงบริเวณริมฝีปากทั้งหมด ใช้ดินสอ เขียนขอบปากด้วยสีเข้มกว่าลิปสติก เขียนขอบปากให้อยู่ด้านในและปิดเส้นขอบปากจริง แตะแป้งฝุ่นที่ทับลงไปบนปาก เพื่อช่วยทำให้เส้นขอบปากที่เขียนดูเนียน จากนั้นเติมลิปสติกบนปากทั้งหมด
    2.ปากบาง การทาปากบางให้ดูเต็มอิ่มสวย เริ่มจากการทาครีมรองพื้นให้ทั่วริมฝีปากจากนั้นใช้ดินสอเขียนขอบปากเขียนเส้นปากให้เกินออกมา และเขียนเส้นขอบปากจริงทั้งริมฝีปากบนและล่าง จากนั้นใช้พู่กันทาปากทาลิปสติกชนิดบางกว่าขนาดทั่วไปแตะเนื้อลิปสติกสีเดียวกับดินสอเขียนขอบปาก แต่งระ
    บายทับลงบนริมฝีปากให้เต็มถึงแรวเส้นขอบปากที่เขียนไว้ปัดแป้งฝุ่นลงในจุดที่เสร็จแล้วจึงทาลิปสติกให้เต็มและทาทับให้ถึงเส้นขอบปากที่เขียน
    3.ปากแบน ริมฝีปากชนิดนี้จะดูไม่มีเนื้อและไม่อิ่มสวย วิธีแต่งให้ดูอิ่มสวยขึ้นโดยการทาลิปกลอสให้ทั่ว จากนั้นจึงทาสีลิปสติกเสร็จแล้วให้เติมสีประกายมุกทาตรงจุดกึ่งกลางของริมฝีปากบนและล่างอย่าแตะแป้งฝุ่นลงในจุดนี้
    4.มุมปากตก ทาครีมรองพื้นให้ทั่วริมฝีปาก ใช้ดินสอเขียนขอบปากเขียนเส้นใหม่จากมุมปากหยักของปากทับเส้นปากจริงแล้วค่อยๆเขียนให้เส้นยกขึ้นจาก
    เส้นจริงมาถึงระยะมุมปาก เขียนเส้นขอบปากล่างตามธรรมชาติ แต่ให้ปลายมุมปากทั้งสองยกขึ้นชนกับปลายเส้นที่เขียนไว้ของขอบปากบน ทาทับเส้นขอบ
    ปากที่เขียนกับเส้นขอบปากจริงด้วยลิปสติกสีเข้ม แตะแป้งฝุ่นทับในจุดนี้จากนั้นจึงทาลิปสติกเติมลงให้เต็มริมฝีปาก
    5.ปากย่นริมฝีปากชนิดนี้จะดูยับย่นและเหี่ยวแห้ง ทั้งนี้เนื่องจากการดูแลรักษาที่ไม่ดี การที่ผู้เป็นเจ้าของปากชอบดึงหนังแตกของปากออกบ่อยๆ และการใช้ลิปสติกที่ไม่มีคุณภาพ เริ่มแก้ด้วยการใช้กระดาษทิชชูชุบน้ำวางบริเวณฝีปากทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วเอากระดาษออก ใช้ผ้าชนหนูชุบน้ำเช็ดขุยออกเบาๆ ริมฝีปากจะเรียบเนียน จากนั้นเลือกสีลิปสติกประกายมุข และลิปกลอสเท่านั่นในการแต่งระบาย เพราะจะช่วยลบความแห้งของผิวได้ ควรใช้ลิปสติกหรือครีมบำรุงผิวสำหรับริมฝีปากทาก่อนนอนเป็นประจำทุกคืน จะช่วยให้สภาพผิวดีขึ้นได้
    6.ปากหนาบางไม่เท่ากัน ทาครีมรองพื้นให้ทั่วริมฝีปาก แล้วใช้ครีมปกปิดริ้วรอยเกลี่ยลงที่จุดมุมปากทั้งสองข้าง เกลี่ยให้สีผิวดูเนียนเป็นธรรมชาติจากนั้นเขียนเส้นขอบปากโดยยกปลายมุมปากบนขึ้นเขียนปากปลายมุมปากล่างให้ขึ้นรับกันต่อความยาวของริมฝีปากล่างเล็กน้อยแล้วเติมแต่งให้เต็มด้วยลิปสติกก็จะได้ริมฝีปากใหม่ที่ได้รูปสวย

    การปรับบุคลิกภาพของสุภาพบุรุษ

    คนอ้วนและคนผอม

    - คนอ้วน ควรใส่เสื้อผ้าสีเข้ม ไม่ควรใช้เสื้อผ้าที่มีลายใหญ่ๆ ควรใส่เสื้อผ้าลายตั้ง ไม่ใส่เสื้อผ้ารัดรูป
    - คนผอม ไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีอ่อน เนื้อผ้าบาง คอกว้าง ลึก เปิดไหล่ ไม่ใส่เสื้อที่เรียบ หรือมีแขนยาวเรียว ไม่ใส่เสื้อผ้าที่มีลายแนวตั้ง

    คนรูปร่างเล็กและคนรูปร่างใหญ่

    - ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่รัดลำตัว

    คนตัวเตี้ย

    กางเกงที่เหมาะกับคนตัวเตี้ยคือกางเกงเอวสูง ขาตรง จะเป็นขายาวหรือขาสั้นก็ได้ตามใจชอบ (แต่ถ้าเป็นขายาวจะช่วยให้ช่วงขาที่สั้นดูยาวเรียวขึ้นได้มากกว่าขาสั้น) กางเกงเอวสูง ขาตรง จะช่วยทำให้ช่วงขาดูยาวขึ้น เน้นแบบเรียบๆ สีซีด ไม่มีลาย จะดีกว่า

    คนที่มีช่วงตัวสั้น

    คนที่มีชาวงตัวสั้นกว่าขาจนเห็นได้ชัดเหมาะกับกางเกงเอวต่ำ พอดีตัว ไม่ต่ำหรือฟิตเกินไปจนดูโป๊ ช่วยทำให้ช่วงตัวดูยาวขึ้นได้ ที่สำคัญกางเกงเอวต่ำยังช่วยอำพรางเนื้อส่วนเกินบริเวณหน้าท้องได้อีกด้วย

    คนที่มีช่วงตัวยาว

    คนที่มีช่วงตัวยาวจนเห็นได้ชัด เหมาะกับกางเกงเอวสูง ขาตรง นอกจากจะได้โชว์หุ่นผอมเพรียวแล้ว ยังช่วยทำให้ช่วงขาดูยาวขึ้นได้

    หุ่นผอมไร้สะโพก

    คนที่ไม่มีสะโพกมักจะดูไหล่กว้าง จัดว่าเป็นหุ่นแบบแอ๊ปเปิ้ล ข้อดีของคนที่มีหุ่นแบบนี้คือจะมีต้นขาที่เรียวเล็กสวยงาม ดังนั้นถ้าสวมกระโปรงสั้น (ไม่ใช่สั้นจุ๊ดจู๋นะ) เหนือเข่าเล็กน้อย แบบจีบรอบตัวคล้ายกระโปรงพลีท จะทำให้ดูมีสะดพกมากขึ้น ถ้าต้องการใส่กางเกง ต้องหลีกเลี่ยงกางเกงเอวต่ำกว่าสะดือ เพราะจะทำให้เห็นได้ชัดว่าไม่มีสะโพก และกางเกงเอวสูงก็ห้ามเพราะถูกออกแบบมาเพื่อเน้นสัดส่วนช่วงขา หากคนไม่มี

    อ้างอิงข้อมูลมาจาก http://www.lib.ru.ac.th/journal/clothing.html

    http://www.learners.in.th/blog/kha-nitthaa/417436

    http://www.chu-g.com/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=1&Id=563312,

    http://translate.google.co.th/translate?hl=th&langpair=en%7Cth&u=

    http://www.morganjewelersinc.com/jewelry.html

    http://www.clubcuty.com/detailClubForum.do?clubForumId=4641&clubForumMenuId=3308&clubId=2342

    http://www.youtube.com/watch?v=6s8x34YkhBU

    http://www.youtube.com/watch?v=vTdGUmtGyXg

    http://www.youtube.com/watch?v=aSrrdqIgJuI

    http://www.oknation.net/blog/goodskin/2011/01/24/entry-1

    http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/2549/m6-4/no15-46/hair2/sec04p12.html

    http://webboard.yenta4.com/topic/365495

    http://www.handbtoday.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=373735&Ntype=9

    ย้อนกลับ













































































    Comments

    /groups/poly_ordinarycourse/search/index.rss?tag=hotlist/groups/poly_ordinarycourse/search/?tag=hotWhat’s HotHotListHot!?tag=hot2/groups/poly_ordinarycourse/sidebar/HotListRepairing bad index entryetrenuKrueda Kaewthong2014-05-07 02:10:40+00:002014-05-07 02:10:40updated189etrenuKrueda Kaewthong2014-03-11 03:23:42+00:002014-03-11 03:23:42updated188etrenuKrueda Kaewthong2014-02-07 03:10:49+00:002014-02-07 03:10:49updated187etrenuKrueda Kaewthong2013-10-30 08:51:03+00:002013-10-30 08:51:03updated186etrenuKrueda Kaewthong2013-10-30 08:44:53+00:002013-10-30 08:44:53updated185etrenuKrueda Kaewthong2013-10-30 08:42:05+00:002013-10-30 08:42:05updated184etrenuKrueda Kaewthong2013-09-24 08:52:12+00:002013-09-24 08:52:12updated183etrenuKrueda Kaewthong2013-09-23 03:49:24+00:002013-09-23 03:49:24updated182etrenuKrueda Kaewthong2013-09-23 03:49:02+00:002013-09-23 03:49:02updated181etrenuKrueda Kaewthong2013-09-23 03:41:28+00:002013-09-23 03:41:28updated180etrenuKrueda Kaewthong2013-09-23 03:41:02+00:002013-09-23 03:41:02updated179etrenuKrueda Kaewthong2013-09-23 03:39:03+00:002013-09-23 03:39:03updated178etrenuKrueda Kaewthong2013-09-23 03:36:23+00:002013-09-23 03:36:23updated177etrenuKrueda Kaewthong2013-09-23 02:59:34+00:002013-09-23 02:59:34updated176etrenuKrueda Kaewthong2013-09-23 02:38:32+00:002013-09-23 02:38:32updated175etrenuKrueda Kaewthong2013-09-23 02:31:22+00:002013-09-23 02:31:22updated174etrenuKrueda Kaewthong2013-09-23 02:03:57+00:002013-09-23 02:03:57updated173etrenuKrueda Kaewthong2013-09-23 01:43:33+00:002013-09-23 01:43:33updated172etrenuKrueda Kaewthong2013-09-19 09:06:02+00:002013-09-19 09:06:02updated171etrenuKrueda Kaewthong2013-09-19 07:36:19+00:002013-09-19 07:36:19updated170etrenuKrueda Kaewthong2013-09-19 07:08:56+00:002013-09-19 07:08:56updated169etrenuKrueda Kaewthong2013-09-19 07:05:03+00:002013-09-19 07:05:03updated168etrenuKrueda Kaewthong2013-09-19 04:08:35+00:002013-09-19 04:08:35updated167etrenuKrueda Kaewthong2013-09-17 09:04:04+00:002013-09-17 09:04:04updated166etrenuKrueda Kaewthong2013-09-13 07:57:21+00:002013-09-13 07:57:21updated165etrenuKrueda Kaewthong2013-09-13 07:35:49+00:002013-09-13 07:35:49updated164etrenuKrueda Kaewthong2013-09-13 07:34:42+00:002013-09-13 07:34:42updated163etrenuKrueda Kaewthong2013-09-13 06:53:43+00:002013-09-13 06:53:43updated162etrenuKrueda Kaewthong2013-09-13 06:53:18+00:002013-09-13 06:53:18updated161etrenuKrueda Kaewthong2013-09-13 06:52:39+00:002013-09-13 06:52:39updated160etrenuKrueda Kaewthong2013-09-13 06:52:17+00:002013-09-13 06:52:17updated159etrenuKrueda Kaewthong2013-09-13 06:49:19+00:002013-09-13 06:49:19updated158etrenuKrueda Kaewthong2013-09-13 04:02:21+00:002013-09-13 04:02:21updated157etrenuKrueda Kaewthong2013-09-13 03:49:39+00:002013-09-13 03:49:39updated156etrenuKrueda Kaewthong2013-09-12 04:26:33+00:002013-09-12 04:26:33updated155etrenuKrueda Kaewthong2013-09-12 04:24:29+00:002013-09-12 04:24:29updated154etrenuKrueda Kaewthong2013-09-12 04:22:45+00:002013-09-12 04:22:45updated153etrenuKrueda Kaewthong2013-09-12 03:42:59+00:002013-09-12 03:42:59updated152etrenuKrueda Kaewthong2013-09-12 03:41:35+00:002013-09-12 03:41:35updated151etrenuKrueda Kaewthong2013-09-12 03:41:07+00:002013-09-12 03:41:07updated150etrenuKrueda Kaewthong2013-09-12 03:37:06+00:002013-09-12 03:37:06updated149etrenuKrueda Kaewthong2013-09-12 03:36:48+00:002013-09-12 03:36:48updated148etrenuKrueda Kaewthong2013-09-12 02:41:06+00:002013-09-12 02:41:06updated147etrenuKrueda Kaewthong2013-09-11 05:50:34+00:002013-09-11 05:50:34updated146etrenuKrueda Kaewthong2013-09-09 08:27:35+00:002013-09-09 08:27:35updated145etrenuKrueda Kaewthong2013-09-09 08:26:15+00:002013-09-09 08:26:15updated144etrenuKrueda Kaewthong2013-07-31 07:15:14+00:002013-07-31 07:15:14updated143champraNattanan Prakobsutjarit2012-06-19 08:52:41+00:002012-06-19 08:52:41updated142somchit_chaSomchit Chapan2012-03-30 06:46:32+00:002012-03-30 06:46:32updated141somchit_chaSomchit Chapan2012-03-30 06:21:10+00:002012-03-30 06:21:10updated140somchit_chaSomchit Chapan2012-03-30 06:19:49+00:002012-03-30 06:19:49updated139somchit_chaSomchit Chapan2012-03-30 06:19:03+00:002012-03-30 06:19:03updated138somchit_chaSomchit Chapan2012-03-30 06:18:42+00:002012-03-30 06:18:42updated137somchit_chaSomchit Chapan2012-03-30 06:11:37+00:002012-03-30 06:11:37updated136somchit_chaSomchit Chapan2012-03-30 06:06:51+00:002012-03-30 06:06:51updated135mali_khoMali Khotchaphoom2012-03-29 03:37:16+00:002012-03-29 03:37:16updated134mali_khoMali Khotchaphoom2012-03-29 03:35:25+00:002012-03-29 03:35:25updated133mali_khoMali Khotchaphoom2012-03-29 03:34:51+00:002012-03-29 03:34:51updated132tgkaiPrissana Longsomboon2012-03-29 03:32:27+00:002012-03-29 03:32:27updated131mali_khoMali Khotchaphoom2012-03-29 03:30:59+00:002012-03-29 03:30:59updated130tgkaiPrissana Longsomboon2012-03-29 03:30:15+00:002012-03-29 03:30:15updated129tgkaiPrissana Longsomboon2012-03-29 03:29:53+00:002012-03-29 03:29:53updated128mali_khoMali Khotchaphoom2012-03-29 03:19:04+00:002012-03-29 03:19:04updated127mali_khoMali Khotchaphoom2012-03-29 03:02:42+00:002012-03-29 03:02:42updated126mali_khoMali Khotchaphoom2012-03-29 03:00:25+00:002012-03-29 03:00:25updated125mali_khoMali Khotchaphoom2012-03-29 03:00:09+00:002012-03-29 03:00:09updated124ptpichetPichet Dokrak2012-03-29 01:48:46+00:002012-03-29 01:48:46updated123ptsombonSomboon Muaenpud2012-03-28 02:54:35+00:002012-03-28 02:54:35updated122ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 04:52:28+00:002011-10-18 04:52:28updated121ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 04:41:26+00:002011-10-18 04:41:26updated120ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 04:40:22+00:002011-10-18 04:40:22updated119ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 04:39:36+00:002011-10-18 04:39:36updated118ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 04:36:02+00:002011-10-18 04:36:02updated117ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 04:35:15+00:002011-10-18 04:35:15updated116ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 04:11:23+00:002011-10-18 04:11:23updated115ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 04:10:17+00:002011-10-18 04:10:17updated114ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 04:08:02+00:002011-10-18 04:08:02updated113ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 03:31:46+00:002011-10-18 03:31:46updated112ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 03:31:15+00:002011-10-18 03:31:15updated111ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 03:30:58+00:002011-10-18 03:30:58updated110ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 03:30:17+00:002011-10-18 03:30:17updated109ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 01:31:21+00:002011-10-18 01:31:21updated108ptrodramSanguan Rodram2011-10-18 01:28:21+00:002011-10-18 01:28:21updated107ptrodramSanguan Rodram2011-09-26 05:06:06+00:002011-09-26 05:06:06updated106ptrodramSanguan Rodram2011-09-26 05:05:34+00:002011-09-26 05:05:34updated105ptrodramSanguan Rodram2011-09-26 05:02:34+00:002011-09-26 05:02:34updated104ptrodramSanguan Rodram2011-09-26 05:01:59+00:002011-09-26 05:01:59updated103ptrodramSanguan Rodram2011-09-26 05:00:15+00:002011-09-26 05:00:15updated102ptrodramSanguan Rodram2011-09-26 04:59:39+00:002011-09-26 04:59:39updated101ptgannigKannikar Polpim2011-06-29 06:25:14+00:002011-06-29 06:25:14updated100ptpichetPichet Dokrak2011-06-02 06:41:31+00:002011-06-02 06:41:31updated99ptpichetPichet Dokrak2011-05-19 08:15:19+00:002011-05-19 08:15:19updated98ptbenjaBenjamas Sartsupap2011-05-18 00:28:30+00:002011-05-18 00:28:30updated97somchit_chaSomchit Chapan2011-05-11 04:22:06+00:002011-05-11 04:22:06updated96Added tag - hotsomchit_chaSomchit Chapan2011-05-11 04:22:06+00:002011-05-11 04:22:06addTag95somchit_chaSomchit Chapan2011-05-11 04:18:15+00:002011-05-11 04:18:15updated94somchit_chaSomchit Chapan2011-05-11 04:16:28+00:002011-05-11 04:16:28updated93somchit_chaSomchit Chapan2011-05-11 04:14:43+00:002011-05-11 04:14:43updated92somchit_chaSomchit Chapan2011-05-11 04:14:05+00:002011-05-11 04:14:05updated91ptbenjaBenjamas Sartsupap2011-04-26 02:02:37+00:002011-04-26 02:02:37updated90ptsombonSomboon Muaenpud2011-03-30 01:21:40+00:002011-03-30 01:21:40updated89ptsombonSomboon Muaenpud2011-03-21 06:33:45+00:002011-03-21 06:33:45updated88ptsombonSomboon Muaenpud2011-03-21 05:21:36+00:002011-03-21 05:21:36updated87ptsombonSomboon Muaenpud2011-03-21 01:18:51+00:002011-03-21 01:18:51updated86duanglimpDuangjai Limpaphayom2011-03-18 06:39:26+00:002011-03-18 06:39:26updated85ptbenjaBenjamas Sartsupap2011-03-04 07:31:59+00:002011-03-04 07:31:59updated84somchit_chaSomchit Chapan2011-03-04 07:23:36+00:002011-03-04 07:23:36updated83somchit_chaSomchit Chapan2011-03-04 07:16:17+00:002011-03-04 07:16:17updated82somchit_chaSomchit Chapan2011-03-04 07:15:53+00:002011-03-04 07:15:53updated81somchit_chaSomchit Chapan2011-03-04 07:14:43+00:002011-03-04 07:14:43updated80ptgannigKannikar Polpim2011-03-04 06:39:16+00:002011-03-04 06:39:16updated79mali_khoMali Khotchaphoom2011-03-04 06:30:40+00:002011-03-04 06:30:40updated78mali_khoMali Khotchaphoom2011-03-04 06:30:18+00:002011-03-04 06:30:18updated77mali_khoMali Khotchaphoom2011-03-04 06:19:53+00:002011-03-04 06:19:53updated76duanglimpDuangjai Limpaphayom2011-03-04 05:54:56+00:002011-03-04 05:54:56updated75ptbenjaBenjamas Sartsupap2011-03-04 04:05:27+00:002011-03-04 04:05:27updated74ptbenjaBenjamas Sartsupap2011-03-04 04:00:49+00:002011-03-04 04:00:49updated73ptbenjaBenjamas Sartsupap2011-03-04 04:00:15+00:002011-03-04 04:00:15updated72pttong89Nopparat Sangkamanee2011-03-04 03:41:36+00:002011-03-04 03:41:36updated71ptsombonSomboon Muaenpud2011-03-04 03:38:19+00:002011-03-04 03:38:19updated70ptsombonSomboon Muaenpud2011-03-04 03:37:06+00:002011-03-04 03:37:06updated69ptsombonSomboon Muaenpud2011-03-04 03:33:40+00:002011-03-04 03:33:40updated68ptsombonSomboon Muaenpud2011-03-04 03:27:13+00:002011-03-04 03:27:13updated67duanglimpDuangjai Limpaphayom2011-03-04 03:17:17+00:002011-03-04 03:17:17updated66ptsombonSomboon Muaenpud2011-03-04 03:12:38+00:002011-03-04 03:12:38updated65etrenuKrueda Kaewthong2011-03-04 02:37:34+00:002011-03-04 02:37:34updated64ptbenjaBenjamas Sartsupap2011-03-04 02:24:30+00:002011-03-04 02:24:30updated63somchit_chaSomchit Chapan2011-03-04 02:10:04+00:002011-03-04 02:10:04updated62etrenuKrueda Kaewthong2011-03-04 02:08:15+00:002011-03-04 02:08:15updated61ptbenjaBenjamas Sartsupap2011-03-04 02:03:50+00:002011-03-04 02:03:50updated60duanglimpDuangjai Limpaphayom2011-03-04 01:58:10+00:002011-03-04 01:58:10updated59duanglimpDuangjai Limpaphayom2011-03-04 01:56:37+00:002011-03-04 01:56:37updated58etrenuKrueda Kaewthong2011-03-04 01:56:27+00:002011-03-04 01:56:27updated57duanglimpDuangjai Limpaphayom2011-03-04 01:56:27+00:002011-03-04 01:56:27updated56ptsombonSomboon Muaenpud2011-03-04 01:54:16+00:002011-03-04 01:54:16updated55ptpichetPichet Dokrak2011-03-03 07:24:41+00:002011-03-03 07:24:41updated54ptpichetPichet Dokrak2011-03-03 07:07:03+00:002011-03-03 07:07:03updated53ptpichetPichet Dokrak2010-12-16 04:40:24+00:002010-12-16 04:40:24updated52champraNattanan Prakobsutjarit2010-12-03 07:21:40+00:002010-12-03 07:21:40updated51champraNattanan Prakobsutjarit2010-12-03 05:53:38+00:002010-12-03 05:53:38updated50champraNattanan Prakobsutjarit2010-12-02 07:57:55+00:002010-12-02 07:57:55updated49champraNattanan Prakobsutjarit2010-12-02 07:09:46+00:002010-12-02 07:09:46updated48ptpichetPichet Dokrak2010-11-04 05:39:33+00:002010-11-04 05:39:33updated47ptpichetPichet Dokrak2010-11-04 05:38:45+00:002010-11-04 05:38:45updated46ptpichetPichet Dokrak2010-10-20 03:27:46+00:002010-10-20 03:27:46updated45ptjiraptjira2010-10-01 08:05:53+00:002010-10-01 08:05:53updated44ptjiraptjira2010-10-01 06:31:54+00:002010-10-01 06:31:54updated43ptjiraptjira2010-10-01 06:31:24+00:002010-10-01 06:31:24updated42ptjiraptjira2010-10-01 05:45:07+00:002010-10-01 05:45:07updated41ptjiraptjira2010-10-01 05:44:41+00:002010-10-01 05:44:41updated40ptjiraptjira2010-10-01 05:41:23+00:002010-10-01 05:41:23updated39ptjiraptjira2010-10-01 05:40:49+00:002010-10-01 05:40:49updated38ptjiraptjira2010-10-01 05:40:40+00:002010-10-01 05:40:40updated37ptjiraptjira2010-10-01 05:11:05+00:002010-10-01 05:11:05updated36ptjiraptjira2010-10-01 05:10:52+00:002010-10-01 05:10:52updated35ptjiraptjira2010-10-01 05:06:28+00:002010-10-01 05:06:28updated34duanglimpDuangjai Limpaphayom2010-10-01 04:58:53+00:002010-10-01 04:58:53updated33ptsombonSomboon Muaenpud2010-10-01 03:30:21+00:002010-10-01 03:30:21updated32tgkaiPrissana Longsomboon2010-10-01 02:36:51+00:002010-10-01 02:36:51updated31ptbenjaBenjamas Sartsupap2010-10-01 01:39:03+00:002010-10-01 01:39:03updated30ptbenjaBenjamas Sartsupap2010-10-01 01:37:47+00:002010-10-01 01:37:47updated29ptbenjaBenjamas Sartsupap2010-10-01 01:37:22+00:002010-10-01 01:37:22updated28ptbenjaBenjamas Sartsupap2010-10-01 01:36:37+00:002010-10-01 01:36:37updated27somchit_chaSomchit Chapan2010-10-01 01:22:36+00:002010-10-01 01:22:36updated26somchit_chaSomchit Chapan2010-10-01 01:22:08+00:002010-10-01 01:22:08updated25somchit_chaSomchit Chapan2010-10-01 01:21:38+00:002010-10-01 01:21:38updated24somchit_chaSomchit Chapan2010-10-01 01:20:58+00:002010-10-01 01:20:58updated23somchit_chaSomchit Chapan2010-10-01 01:16:35+00:002010-10-01 01:16:35updated22Removed tag - สาetrenuKrueda Kaewthong2010-09-30 15:09:22+00:002010-09-30 15:09:22removeTag21Added tag - สาetrenuKrueda Kaewthong2010-09-30 15:07:45+00:002010-09-30 15:07:45addTag20Added tag - courseetrenuKrueda Kaewthong2010-09-30 15:07:33+00:002010-09-30 15:07:33addTag19Added tag - technicetrenuKrueda Kaewthong2010-09-30 15:07:18+00:002010-09-30 15:07:18addTag18Added tag - polytechnicetrenuKrueda Kaewthong2010-09-30 15:07:09+00:002010-09-30 15:07:09addTag17Added tag - polyetrenuKrueda Kaewthong2010-09-30 15:06:54+00:002010-09-30 15:06:54addTag16etrenuKrueda Kaewthong2010-09-30 15:06:41+00:002010-09-30 15:06:41updated15etrenuKrueda Kaewthong2010-09-30 12:46:31+00:002010-09-30 12:46:31updated14ptpichetPichet Dokrak2010-09-30 08:43:10+00:002010-09-30 08:43:10updated13ptsombonSomboon Muaenpud2010-09-30 08:19:44+00:002010-09-30 08:19:44updated12somchit_chaSomchit Chapan2010-09-30 06:16:45+00:002010-09-30 06:16:45updated11ptbenjaBenjamas Sartsupap2010-09-30 06:11:27+00:002010-09-30 06:11:27updated10ptjtutanptjtutan2010-09-30 06:01:52+00:002010-09-30 06:01:52updated9ptjtutanptjtutan2010-09-30 06:01:03+00:002010-09-30 06:01:03updated8pttong89Nopparat Sangkamanee2010-09-30 04:46:11+00:002010-09-30 04:46:11updated7etrenuKrueda Kaewthong2010-09-29 12:44:46+00:002010-09-29 12:44:46updated6etrenuKrueda Kaewthong2010-09-29 11:17:04+00:002010-09-29 11:17:04updated5etrenuKrueda Kaewthong2010-09-29 11:15:10+00:002010-09-29 11:15:10updated4etrenuKrueda Kaewthong2010-09-29 11:09:16+00:002010-09-29 11:09:16updated3etrenuKrueda Kaewthong2010-09-29 10:55:59+00:002010-09-29 10:55:59updated2First createdetrenuKrueda Kaewthong2010-09-29 10:46:12+00:002010-09-29 10:46:12created1wiki2014-03-11T03:23:42+00:00groups/poly_ordinarycourse/wiki/welcomeFalseหมวดวิชาสามัญ (poly_ordinarycourse)/groups/poly_ordinarycourse/wiki/welcome/_poly_ordinarycourse.htmlKrueda Kaewthong189 updatesหมวดวิชาสามัญ (poly_ordinarycourse) หมวดวิชาสามัญ ภาคเรียนที่ 2 ปวช.1/ 2000-1101 ภาษาไทยเพื่อการอาชีพ 1 2000-1202 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร...Falseetrenu2014-03-11T03:23:42+00:00Repairing bad index entrysomchit_chaSomchit Chapan2014-05-07 02:30:18+00:002014-05-07 02:30:18updated21somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:29:31+00:002011-05-13 08:29:31updated20somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:28:51+00:002011-05-13 08:28:51updated19somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:25:52+00:002011-05-13 08:25:52updated18somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:23:38+00:002011-05-13 08:23:38updated17somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:20:58+00:002011-05-13 08:20:58updated16somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:19:04+00:002011-05-13 08:19:04updated15somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:17:13+00:002011-05-13 08:17:13updated14somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:14:28+00:002011-05-13 08:14:28updated13somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:13:05+00:002011-05-13 08:13:05updated12somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:11:23+00:002011-05-13 08:11:23updated11somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:09:24+00:002011-05-13 08:09:24updated10somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:06:28+00:002011-05-13 08:06:28updated9somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:04:14+00:002011-05-13 08:04:14updated8Added tag - hotsomchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:02:43+00:002011-05-13 08:02:43addTag7somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 08:01:08+00:002011-05-13 08:01:08updated6somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 07:58:53+00:002011-05-13 07:58:53updated5somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 07:57:16+00:002011-05-13 07:57:16updated4somchit_chaSomchit Chapan2011-05-13 07:54:29+00:002011-05-13 07:54:29updated3somchit_chaSomchit Chapan2011-05-12 04:04:28+00:002011-05-12 04:04:28updated2First createdsomchit_chaSomchit Chapan2011-03-04 07:54:07+00:002011-03-04 07:54:07created1wiki2011-05-13T08:29:31+00:00groups/poly_ordinarycourse/wiki/2954cFalseหน่วยที่ 5 เมทริกซ์/groups/poly_ordinarycourse/wiki/2954c/_5_.htmlSomchit Chapan21 updatesหน่วยที่ 5 เมทริกซ์ [untitled.JPG][image] [image][untitled.JPG][image][image][image][image][untitled.JPG][untitled.JPG][image][image][image][image][untitled.JPG][i...Falsesomchit_cha2011-05-13T08:29:31+00:00hot/groups/poly_ordinarycourse/search/index.rss?sort=modifiedDate&kind=all&sortDirection=reverse&excludePages=wiki/welcomelist/groups/poly_ordinarycourse/search/?sort=modifiedDate&kind=all&sortDirection=reverse&excludePages=wiki/welcomeRecent ChangesRecentChangesListUpdates?sort=modifiedDate&kind=all&sortDirection=reverse&excludePages=wiki/welcome0/groups/poly_ordinarycourse/sidebar/RecentChangesListmodifiedDateallRecent ChangesRecentChangesListUpdateswiki/welcomeNo recent changes.reverse5search